Articles

ริมฝีปาก..บอกอะไรคุณ


ริมฝีปากแตก

 

ถ้านึกถึงริมฝีปาก สาวๆ คงนึกถึงแต่เรื่องความสวยความงาม แต่นอกจากนั้นริมฝีปากยังสามารถบอกผลกระทบกับสุขภาพได้อีกด้วย ลองมาสังเกตุริมฝีปากของคุณดูนะคะ เพราะมันอาจจะส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้

      ริมฝีปากบวม

ไม่ใช่ไปคิดว่าจะเซ็กซี่แบบสาวแองเจลีนา โจลี แน่นอน เพราะริมฝีปากบวมบางครั้งมีสาเหตุมาจากโรคลำไส้อักเสบที่ชื่อว่า “โครห์น” ปกติจะทำให้เกิดการบวมในลำไส้ ซึ่งอาการสามารถปะทุรุนแรงขึ้นที่บริเวณท่อน้ำเหลืองหรือจุดใดจุดหนึ่งของร่างกาย นอกจากนี้ริมฝีปากบวมยังสามารถบ่งบอกถึงความไวต่ออาหารบางชนิดได้เช่นกัน เช่น อาหารเผ็ด

       ริมฝีปากเป็นแผล

รอยแตกที่ด้านข้างของปาก (โรคแผลที่มุมปาก) บางครั้งเกิดจากโรคโลหิตจาง ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อมีการขาดแคลนธาตุเหล็กในร่างกาย และรอยแตกยังสามารถเป็นสัญญาณของโรคเบาหวาน เพราะระดับน้ำตาลในเลือดสูง ขณะเดียวกันยังมาพร้อมกับ โรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อราในกลุ่มยีสต์ ที่มีชื่อว่า Candida ซึ่งมักจะทำปฏิกิริยาขึ้นบริเวณผิวหนังที่บาง เช่น มุมปากเป็นต้น

      รอยไหม้บนริมฝีปาก

แบบนี้อาจจะเป็นสัญญาณของภาวะซึมเศร้า เนื่องจากในสมองมีประสาทสัมผัสจำนวนมาก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้สร้างความละเอียดอ่อนที่มากเกินไป จึงทำให้เกิดความไม่สมดุลขึ้นในจิตใจ และส่งผลให้ริมฝีปากมีรอยไหม้นั่นเอง

      ริมฝีปากแตก

คุณจะรู้สึกเจ็บทุกครั้งเมื่อริมฝีปากมีรอยแตก ซึ่งมันสามารถบอกได้ว่าคุณเป็นโรคภูมิแพ้ และรอยแตกนี้ทำให้ริมฝีปากบวมได้เช่นกัน โดยมีสาเหตุมาจากผิวหนังที่แห้งแตกและลอก หรือการระคายเคืองที่อาจจะมาจากถุงมือแพทย์ ลิปสติก หรือเปลือกถั่วลิสงที่เรารับประทานเข้าไป ดังนั้นคุณควรใส่ใจกับเครื่องสำอาง และพิจารณาการทดสอบภูมิแพ้ก่อนใช้ทุกครั้ง น่าจะช่วยป้องกันริมฝีปากแตกได้

      ผื่นแดง

เป็นอาการโรคภูมิแพ้ชนิดอื่น ที่เกิดขึ้นโดยการบริโภคน้ำอัดลมในปริมาณที่สูง แพทย์รายงานว่า พบคนป่วยเป็นโรคภูมิแพ้มากขึ้น เนื่องมาจากการรับประทานกรดเบนโซอิค ที่ทำให้เกิดฟองในน้ำอัดลม หรือยาสีฟัน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะพวกเขาบริโภคสารเหล่านี้ในปริมาณที่มากขึ้นจึงทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ชนิดนี้

      รอยตกสะเก็ด, ริมฝีปากเกรอะกรัง

บ่อยครั้งเราจะเรียกอาการเหล่านี้ว่า “โรคกลาก” ผิวหนังบนริมฝีปากที่มีต่อมไขมันสะสมน้อยกว่าบริเวณส่วนอื่นของผิว มีแนวโน้มที่จะแห้งเร็วกว่าพื้นที่อื่นๆ อย่างไรก็ตาม เมื่อเด็กๆ หรือผู้ใหญ่เลียริมฝีปากของพวกเขามากเกินไป ปากของเขาก็จะแห้งเพราะไม่มีน้ำมันจากเนื้อเยื่อริมฝีปากมาหล่อเลี้ยง จึงทำให้รอบบริเวณปากแห้งและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ แนะนำว่าให้ลองใช้วาสลินทารอบๆ บริเวณริมฝีปากให้ติดเป็นนิสัย น่าจะช่วยลดรอยตกสะเก็ดบนฝีปากได้

      แผลพุพอง

แผลพุพอง จะเกิดขึ้นจากไวรัสเริม เมื่อร่างกายคุณได้ทำสัญญากับไวรัส ที่มันไม่เคยออกจากร่างกายของคุณ และแผลผุพองที่เกิดขึ้นนั้น จะเป็นสัญลักษณ์ที่บอกให้รู้ว่าระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของคุณนั้นค่อนข้างต่ำลง นอกจากนี้แผลผุพองมันสามารถชี้ให้เห็นถึงการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ อย่างไรก็ตาม การเป็นแผลที่มีระยะเวลานานกว่า 15 วัน ควรจะไปพบแพทย์จะดีที่สุด

      ริมฝีปากซีด

สภาพหัวใจและปัญหาที่ปอดทั้งสอง จะส่งผลกระทบต่อปริมาณของออกซิเจนในการไปหล่อเลี้ยงหลอดเลือด และเมื่อออกซิเจนเริ่มลดลงก็จะทำให้ริมฝีปากมีสีเขียวปนคล้ำหรือออกโทนสีน้ำเงิน แทนสีชมพูที่เป็นตัวบ่งบอกว่าคุณมีสุขภาพปากที่ดีนั่นเอง ขณะเดียวกัน ริมฝีปากสีชมพูอ่อน เป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อยของโรคโลหิตจางด้วยเช่นกัน

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

women.thaiza

ปวดท้อง..ลางบอกโรคร้ายของคุณ


 

ใครทีมักจะปวดท้องบ่อยๆ แต่ไม่ว่าปวดท้องเพราะอะไรอาจเป็นสัญญาณอันตรายโดยไม่รู้ตัว ถ้าปล่อยไว้เห็นทีจะไม่ดีแน่ ลองมาดูวิธีการเช็คโรคจากอาการปวดท้องเป็นเกร็ดความรู้กันสักหน่อยดีกว่า

 

การเช็คอาการปวดท้องโดยทั่วไป แพทย์จะพิจารณาจากตำแหน่งของอวัยวะและลักษณะของอาการปวดเพื่อประกอบการวินิจฉัย เช่น ปวดแบบเป็นๆ หายๆ ปวดหลังรับประทานอาหาร หรือหิวก็ปวด อิ่มก็ปวด เหล่านี้จะเป็นแนวทางช่วยให้ทราบอาการปวดท้องได้ “ตรงจุด” มากขึ้น

 

หากปวดท้องด้านขวาตอนบน ความเจ็บปวดในบริเวณด้านขวาตอนบนของช่องท้องมันเกิด จากโรคตับและถุงน้ำดี หรือในบางครั้งโรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นที่ถุงน้ำดีก็อาจเกิดขึ้นบริเวณส่วนท้องน้อยก็เป็นได้ แต่ถ้าปวดท้องบริเวณแอ่งกระเพาะอาหาร คือ บริเวณที่อยู่ใต้ซี่โครงลงมา การเจ็บปวดบริเวณนี้มักเกิดจากการแสบกระเพาะอาหารและอาหารไม่ย่อย โรคกระเพาะและลำไส้อักเสบอาจเกิดขึ้นในบริเวณนี้ได้ เช่นเดียวกัน แต่หากมีอาการแสบกระเพาะอาหาร นั่นอาจเกิดจากกรดและอาการเจ็บปวดเนื่องจากแผลในกระเพาะ

 

แต่ถ้าหากปวดท้องด้านขวาตอนล่างอาจเป็นอาการของไส้ติ่งอักเสบอย่างเฉียบพลัน หรืออาการอักเสบของลำไส้ ปวดท้องด้านซ้ายตอนบน อาจมีสาเหตุมาจากโรคต่างๆ ที่เกิดในลำไส้ใหญ่ เช่น โรคท้องผูกหรืออาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อลำไส้ใหญ่ แต่ถ้าหากปวดท้องส่วนกลางส่วนใหญ่มักเกิดจากสาเหตุที่มาจากโรคที่เกิดขึ้นที่ลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ นอกจากนี้อาการปวดท้องที่บริเวณนี้อาจเกิดจากไส้ติ่งอักเสบ ซึ่งมักเริ่มที่บริเวณนี้ก่อนเสมอ แล้วจึงเลื่อนมาเป็นบริเวณท้องน้อย

 

ปวดท้องด้านซ้ายตอนล่าง อาการปวดที่เป็นลักษณะปวดและคลายสลับกัน พร้อมกับอาการท้องร่วง หรือเกิดจากอาการท้องผูก อาจเกิดจากโรคถุงตันหรือที่เรียกกันว่าไส้ตันเป็นส่วนหนึ่งของลำไส้ใหญ่อักเสบ (Diverticulitis)

 

เท่าที่กล่าวมาเป็นแค่ปราการป้องกันให้ตระหนักว่าอาการปวดท้องอาจเป็นสัญญาณอันตรายของโรคร้ายได้ คำแนะนำดังกล่าวช่วยให้ตรวจดูอาการปวดท้องเบื้องต้นได้ว่าน่าจะเกิดจากอะไร แต่ไม่ได้หมายความว่าจะฟันธงได้เลยว่าป่วยเป็นโรคอะไร

 

ทางที่ดีต้องไปพบแพทย์เพื่อวิจัยฉัยอย่างละเอียด หากเกิดอาการปวดท้องขึ้นมาก็ให้บอกอาการปวดกับแพทย์ให้ตรงจุด ที่สำคัญอย่าไปหาซื้อยามารับประทานเองเชียว เพราะหากรักษาผิดจุดขึ้นมาอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

ดื่มชาแทนเหล้าต้อนรับปีใหม่


ชาเขียว

 

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดฯ ออกโรงแนะชาวบ้านเลิกกินเหล้ารับปีใหม่ หันดื่มชาพันธุ์ดีของเชียงรายแทน สกัดอุบัติเหตุ ช่วยลดความเสี่ยงเป็นมะเร็งอีกทาง ย้ำมีแต่ได้กับได้

 

นายแพทย์ชำนาญ หาญสุทธิเวชกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย เปิดเผยถึงกรณีที่มีข่าวดื่มเหล้าคลายหนาวแล้วเสียชีวิตว่า การดื่มเหล้าหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อคลายความหนาวถือเป็นการเข้าใจผิด เนื่องจากการดื่มเหล้าหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสภาพอากาศที่หนาวเย็น จะมีผลเสียต่อร่างกาย และเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตมากขึ้น เพราะความเย็นจะทำให้ระบบการไหลเวียนของโลหิตมีความหนืดขึ้น ส่งผลให้หัวใจทำงานหนักในการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ดื่มเหล้าช็อกเสียชีวิตง่ายขึ้น ขณะเดียวกันการดื่มเหล้าจะทำให้ปัสสาวะมากร่างกายจึงสูญเสียน้ำมาก และทำให้ภูมิต้านทานในร่างกายลดลง รวมทั้งเกิดอุบัติเหตุอันเป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตกันมากในช่วงเทศกาลด้วย

 

นายแพทย์ชำนาญ กล่าวอีกว่า ขอแนะนำให้ประชาชนหันมาดื่มชาแทนการดื่มเหล้าหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะดีกว่า เนื่องจากใบชามีประโยชน์มากมาย การดื่มน้ำชาร้อนๆ จะช่วยคลายความหนาวเย็นได้แล้ว ยังสามารถป้องกันโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ อีกด้วย ที่สำคัญยังช่วยทำให้มีอายุยืน

 

นอกจากนั้นแล้วชายังช่วยลดโคเลสเตอรอล และช่วยป้องกันการอุดตันของเส้นเลือด ซึ่งมีงานวิจัยยืนยันได้ว่า ในใบชาเป็นแหล่งรวมของสารต้านอนุมูลอิสระหรือแอนตี้ออกซิแด้นท์โพลีฟินอล เช่น คาเตชิน เควอซิทิน ฯลฯ โดยหลังจากที่ดื่มชาประมาณ 30-50 นาที การทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระในเลือดจะพุ่งพรวดขึ้นไปร้อยละ 41-48 และคงอยู่นานประมาณ 80 นาที มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้อนุมูลอิสระที่เป็นภัยต่อร่างกายถูกขจัดไปเป็นจำนวนมาก ร่างกายจะแข็งแรง สามารถป้องกันการเกิดมะเร็ง และหยุดยั้งการแพร่กระจายของมะเร็งอีกด้วย

 

“เชียงรายมีการปลูกชาสายพันธุ์ดีๆ และมีร้านจำหน่ายชามากมาย เป็นใบชาที่มีชื่อเสียงคุณภาพดีและราคาถูก ประชาชนหรือนักท่องเที่ยวหาซื้อได้ง่าย โดยชาเขียวใบส่วนใหญ่จะอยู่ในบรรจุภัณฑ์จึงไม่สามารถจะสังเกตเห็นใบชาได้ ดังนั้นการเลือกซื้อควรสังเกตบรรจุภัณฑ์ว่าฉีกขาดหรือไม่ และดูวันหมดอายุด้วย ส่วนชาเขียวญี่ปุ่นจะเป็นชาอบไอน้ำ สามารถเก็บได้ประมาณ 2 สัปดาห์ สำหรับชาเขียวจีนจะเป็นชาอบแห้ง เก็บได้ 1 เดือนหลังเปิดซอง หากเก็บนานกว่านี้กลิ่นและรสชาดจะเสียไป ควรเก็บไว้ในที่แห้ง มิดชิด” นายแพทย์ชำนาญ กล่าว

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

สสส

ระวังอาหารเป็นพิษช่วงปีใหม่


อาหารเป็นพิษ

 

รมช.สธ. เผยช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นช่วงที่ประชาชนจำนวนมากเดินทางกลับบ้านและมีการเลี้ยงสังสรรค์กันบ่อยในทุกพื้นที่ ขอประชาสัมพันธ์ เตือนประชาชนให้ระวังการเกิดอันตรายจากเชื้อโรคอาหารเป็นพิษ รวมถึงแนะกินอาหารปรุงสุก สะอาด และวิธีการปฏิบัติตัวเมื่อเกิดอาการ ส่วนพ่อค้าแม่ค้าอย่าหยิบจับอาหารโดยตรงด้วยมือเปล่า และไม่ใช้อุปกรณ์สัมผัสอาหารดิบและสุกร่วมกัน


นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ของทุกปีจะมีประชาชนจำนวนมากที่ทำงานเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และในจังหวัดต่าง ๆ เดินทางกลับภูมิลำเนา ประชาชนจำนวนมากต้องใช้บริการรถโดยสารประจำทางหรือรถไฟที่สถานีขนส่งผู้โดยสารและสถานีรถไฟ ในระหว่างรอรถโดยสารจะมีประชาชนจำนวนไม่น้อยเข้าไปรับประทานอาหารในศูนย์อาหารหรือร้านอาหารที่มีอยู่ในทุกสถานีหรือซื้ออาหารไปรับประทานในระหว่างเดินทาง ซึ่งถ้าอาหารนั้นไม่สะอาดมีเชื้อโรคปนเปื้อน ผู้บริโภคอาหารนั้นจะมีอาการปวดท้อง ท้องร่วง ท้องเสีย หรือมีอาการรุนแรงถึงขั้นช็อกหรือเสียชีวิต ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง


ทั้งนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ดำเนินการเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหาร ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารขนาดใหญ่ในเขตกรุงเทพฯ ประจำปี 2555 เพื่อแจ้งเตือนภัยและให้ข้อมูลในการประกอบอาหารหรือเลือกรับประทานอาหารได้อย่างปลอดภัย ซึ่งการตรวจวิเคราะห์หาจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคในอาหารพร้อมบริโภค รวมจำนวน 76 ตัวอย่าง โดยตรวจหาเชื้อสแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) เชื้อซัลโมเนลลา (Salmonella spp.) เชื้อวิบริโอ คอเลอเรีย (Vibrio cholerae non01/non0139) และเชื้อวิบริโอ พาราฮิโมไลติคัส (Vibrio parahaemolyticus) ผลการตรวจวิเคราะห์พบเชื้อโรคอาหารเป็นพิษ ได้แก่ เชื้อซัลโมเนลลา 4 ตัวอย่าง และเชื้อเชื้อวิบริโอ คอเลอเรีย จำนวน 3 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 5.3 และ 3.9 ตามลำดับ ส่วนเชื้ออื่นๆ ตรวจไม่พบ


รมช.สาธารณสุข กล่าวต่ออีกว่า จากข้อมูลกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ในเรื่องการเฝ้าระวังความปลอดภัยอาหารพร้อมบริโภคที่วางจำหน่ายตามสถานที่ดังกล่าว แสดงให้เห็นว่ายังมีการปนเปื้อนของเชื้อโรคอาหารเป็นพิษ ซึ่งเชื้อเหล่านี้ส่วนใหญ่จะก่อให้เกิดอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย เป็นไข้ บางรายอาจเกิดอาการช็อก หมดสติและรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ทั้งนี้การรักษาอาการเบื้องต้นทำได้โดยให้ดื่มสารละลายน้ำตาลเกลือแร่หรือโออาร์เอส เพื่อทดแทนการสูญเสียน้ำของร่างกายเป็นระยะ โดยหลังดื่มแล้ว 8-12 ชั่วโมง หากอาการไม่ดีขึ้นให้นำส่งโรงพยาบาลทันที


อย่างไรก็ตามผู้บริโภคสามารถหลีกเลี่ยงการเกิดโรคได้ โดยเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ หรืออาหารที่มีการอุ่นให้ร้อนเสมอ และบรรจุภาชนะสะอาดมีฝาปิด ขณะเดียวกันผู้ขาย ควรมีการอุ่นอาหารให้ร้อนอยู่เสมอหรืออุ่นทุก 2 ชั่วโมง ไม่หยิบจับอาหารโดยตรงด้วยมือเปล่า ไม่ใช้อุปกรณ์สัมผัสอาหารดิบและอาหารสุกร่วมกัน และอาหารที่ปรุงสุกแล้วให้ใส่ในภาชนะมีฝาปิด รวมทั้งแต่งกายสะอาด สวมผ้า/หมวกคลุมผม ใส่ผ้ากันเปื้อนที่สะอาดไม่ไอหรือจามขณะหยิบจับหรือตักอาหาร เท่านี้ผู้ประกอบการจะมีส่วนช่วยลด หรือป้องกันการเปิดโรคอาหารเป็นพิษไปสู่ผู้บริโภคได้

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

ASTV newspaper 

การกินดื่มที่ถูกต้องก่อนออกกำลังกาย


 

ถ้าไม่อยากร้องไห้กับหมอนจดไว้เลยว่า เมื่อต้องกินอาหารก่อนออกกำลังกาย คุณควรเลือกอาหารที่ย่อยง่าย เช่น อาหารประเภทผลไม้ กล้วย แอปเปิ้ล ขนมปังปิ้ง ขนมปังโฮลวีต แครกเกอร์ หรือน้ำผลไม้ ในปริมาณที่พอเหมาะก็คือควรได้พลังงานคาร์โบไฮเดรต 200-300 กรัมในช่วงเวลา 3-4 ชั่วโมงก่อนการออกกำลังกาย


ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายยืนยันแล้วว่า การออกกำลังกายทำให้ไกลโคลเจนที่สะสมไว้ที่ตับและกล้ามเนื้อถูกใช้ไปจึงต้องมีการสะสมขึ้นมาใหม่ทดแทน หลังการออกกำลังกายประมาณ 30 นาที ร่างกายจึงควรได้รับคาร์โบไฮเดรตอย่างน้อย 50 กรัม และโปรตีนอีก 15-20 กรัม เพื่อทำให้สะสมไกลโคลเจนได้เร็วขึ้น และซ่อมแซมกล้ามเนื้อได้ดีขึ้น อาหารหลังออกกำลังกายจึงควรเป็นประเภทย่อยง่าย เช่น นม ช็อกโกแลตไขมันต่ำ ขนมปังโฮลวีต น้ำส้มคั้น 1 ถ้วย น้ำผลไม้ปั่น เป็นต้น


ในคนปกติอาจจะดื่มน้ำวันละ 2 ลิตร แต่สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายแล้ว คุณอาจจะต้องดื่มน้ำให้ได้ถึงวันละ 3 ลิตรเลยทีเดียว เพราะในขณะออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา ร่างกายจะใช้พลังงานที่เกิดจากการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตและไขมัน ผลจากกระบวนการเผาผลาญดังกล่าว ทำให้ร่างกายถ่ายเทความร้อนออกนอกร่างกาย โดยการขับเหงื่อออกมาทางรูขุมขนบนผิวหนัง ถ้าหากร่างกายสูญเสียเหงื่อจากการออกกำลังกายไปมาก ร่างกายก็จะขาดน้ำมาก ส่งผลต่อระบบประสาท ทำให้กระบวนการต่างๆ ในร่างกายแปรปรวนได้


ข้อสำคัญที่เราควรใส่ใจเรื่องการดื่มเป็นพิเศษก็คือ ก่อนออกกำลังกาย 1 ชั่วโมง เราควรดื่มน้ำอย่างน้อยประมาณ 2 แก้ว แต่ไม่ควรเกิน 6 แก้ว ทำไมนะหรือ ก็เพราะกระเพาะอาหารของคนเรามีความสามารถในการดูดซึมน้ำ ได้ไม่เกิน 6 แก้ว ในเวลา 1 ชั่วโมง ส่วนช่วงเวลาระหว่างออกกำลังกายนั้น เราไม่ควรดื่มในปริมาณที่มากจนเกิดปัญหาแน่นจุกท้อง ผู้เชี่ยวชาญแนะให้จิบน้ำไม่เกินครึ่งแก้ว เพื่อแก้กระหายระหว่างออกกำลังกาย ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดน้ำติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ เท่านั้น

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

สสส