Articles

ดื่มน้ำเยอะแต่ดื่มไม่ถูกเวลา นำมาซึ่งโรคภัย

ดื่มน้ำ

คุณรู้ไหมว่าทำไมคุณถึงมีปัญหาสุขภาพมากมาย พอโรคนี้หาย โรคนั้นก็ถามหา หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ระบบต่างๆภายในร่างกายคุณรวนและนำไปสู่อาการเจ็บไข้ได้ป่วยคือ ระบบย่อยทำงานบกพร่อง เนื่องมาจากการดื่มน้ำไม่ถูกวิธี เรามีเคล็ดลับการดื่มน้ำง่ายๆที่คุณสามารถนำไปปฏิบัติได้มาฝากค่ะ

1. ดื่มน้ำให้พอเพียงกับน้ำหนักตัว โดยมีวิธีการคำนวณ ดังนี้
น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) หาร 2 คูณ 2.2 คูณ 30 = ปริมาณน้ำเป็นซีซี (cc.)
นำผลลัพธ์หารด้วย 200 เพราะน้ำหนึ่งแก้วเทียบเท่าปริมาณ 200 ซีซี

ทีนี้คุณก็พอทราบแล้วใช่ไหมคะว่าควรดื่มนำ้กี่แก้วในหนึ่งวัน

2. ตื่นเช้า (ก่อนแปรงฟัน) ควรดื่มน้ำเปล่าอุณหภูมิห้อง 1-2 แก้ว เพื่อเป็นการชำระของเสียในร่างกาย

3. หลังจากนั้นให้ใช้การจิบบ่อยตลอดทั้งวัน ไม่ใช่รอให้กระหายก่อนแล้วจึงตะบี้ตะบันดื่ม
ถ้าดื่มรวดเดียวหมด 1-2 แก้ว คุณจะหายกระหายน้ำ ณ เวลานั้นแต่ร่างกายคุณจะอยู่ในสภาวะขาดน้ำ เพราะน้ำที่ร่างกายได้รับในปริมาณมากๆในคราวเดียวจะไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย แต่ต้องถูกขับทิ้งออกมาในรูปของปัสสาวะ ผลก็คือไตจะทำงานหนัก คุณจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไตในอนาคต

ดื่มน้ำ

4. หลีกเลี่ยงน้ำเย็น น้ำอัดลม กาแฟ สุรา เบียร์

5. งดดื่มน้ำ 15 นาที ก่อนอาหาร ระหว่างทานอาหาร หรือหลังทานอาหารอิ่มใหม่ๆ หรือถ้าจะดื่มก็สามารถดื่มได้ แต่ทั้งสามเวลานี้ ดื่มน้ำรวมไม่ควรเกิน ครึ่งแก้ว และหลังจากทานอาหารแล้ว 40 นาที จึงจะดื่มน้ำได้ตามปกติ เพื่อให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารเข้มข้นพอที่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ง่ายๆแค่นี้ ลองปฏิบัติกันดูนะคะ แล้วคุณจะรู้สึกได้ว่าสุขภาพคุณดีขึ้นได้จริงๆค่ะ

ยาเยนเยน
แก้ร้อนใน บรรเทาอาการเจ็บคอ

ยาประดงพระสังข์ทรงช้าง
แก้โรคผิวหนังที่เป็นเม็ดผื่นคัน แก้น้ำเหลืองเสีย

ทริปอิ่มใจ…ไปสองพี่น้อง

Imjai Trip Songpinong

ในระหว่างวันที่ 30 เม.ย – 3 พ.ค 2553 ห้างขายยาตราเสือมังกรได้เป็นผู้สนับสนุนในการบริจาคยาซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ให้กับมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยในโครงการ ทริปอิ่มใจ ไปสองพี่น้อง ซึ่งเป็น โครงการพัฒนาพื้นที่แบบพึ่งตนเองและยั่งยืนสองพี่น้อง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านกิ่วกาญจน์ เพื่อปฏิบัติภาระกิจอิ่มใจ และเยี่ยมเด็กในความอุปการะ ซึ่งภาระกิจประกอบด้วย

  • ปรับปรุงห้องคอมพิวเตอร์ และทำความสะอาดคอมพิวเตอร์
  • ทาสีอาคารเรียน 1 หลัง ต้อนรับเปิดเทอมให้น้องๆ
  • จัดเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กประมาณ 200 คน
  • จัดสร้างโรงเรือนเพาะเห็ดนางฟ้า สำหรับใช้ในโครงการอาหารกลางวัน
  • จัดเลี้ยงอาหารให้น้องๆ
  • ทำความสะอาดห้องสมุด และจัดให้เป็นหมวดหมู่
  • ตรวจสุขภาพเบื้องต้น
  • บริจาคเครื่องใช้ที่จำเป็น อาหารและยาให้แก่ครอบครัวเด็กในอุปการะ
  • เล่นเกมส์ แจกของรางวัลมากมาย

คลิ๊ก เพื่อดูภาพที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2553 ห้างขายยาตราเสือมังกรได้บริจาคชุดม้าหินให้กับทางมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม สาขาบ้านเด็กอ่อนเสืิอใหญ่ ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จุดมุ่งหมายหลักในการเป็นผู้สนับสนุนเครื่องใช้ที่จำเป็นให้กับทางมูลนิธิเนื่องจากเล็งเห็นถึงความสำคัญในงานพัฒนาครอบครัว โดยเฉพาะครอบครัวที่ไม่พร้อมทางด้านการเงิน และพ่อแม่ไม่มีเวลาดูแลเด็กเล็กเพราะตัวเองต้องไปทำงาน

นอกจากงานดูแลเด็กเล็กโดยเจ้าหน้าที่ของทางมูลนิธิฯและอาสาสมัครแล้ว ทางมูลนิธิฯยังได้จัดให้มีการอบรบให้กับคุณแม่มือใหม่และวิธีการดูแลบุตร ทั้งยังมีโครงการในอนาคตในการอบรมเยาวชน ให้เป็นคนดี ไม่เป็นภาระให้กับสังคมและป้องกันเยาวชนหญิงจากการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร

หากท่านใดมีความประสงค์ที่จะคืนกำไรให้กับสังคมและมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่ดี สามารถติดต่อมูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมได้ที่เบอร์ 02-249-0953-4, 02-249-4589 หรืออ่านรายละเอียดได้ที่ www.fscc.or.th

คลิ๊ก เพื่อดูภาพที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

โรคไข้เลือดออก

ยุงลาย

โรคไข้เลือดออก เป็นโรคติดต่อที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค ยุงลายจะได้รับเชื้อไวรัสเดงกี่จากผู้ป่วยที่ป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกและแพร่ไปสู่ผู้ป่วยคนอื่นๆ ผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อส่วนใหญ่ ส่วนมากจะเป็นเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี โรคนี้จะระบาดทุกปีในช่วงฤดูฝน หรือช่วงเดือนพฤษภาคมถึง เดือนกันยายน ในแต่ละปีจะมีผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะประเทศในเขตร้อนชื้น เชื้อไวรัสเดงกี่ (Dengue virus) มีทั้งหมด 4 สายพันธุ์ (Serotype) คือ DEN1, DEN2, DEN3, DEN4 การติดเชื้อสายพันธุ์ใดสายพันธุ์หนึ่งในครั้งแรก เรียกว่า การติดเชื้อปฐมภูมิ (Primary infection) อาจไม่มีอาการหรือมีอาการไม่รุนแรง อีกทั้งมีภูมิคุ้มกันต่อไวรัสสายพันธุ์ที่เป็น คือประมาณ 6-12 เดือน ส่วนการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์อื่นๆ ที่เหลือในครั้งต่อไป เรียกว่าการติดเชื้อทุติยภูมิ (Secondary infection) มีโอกาสเกิดอาการรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนสูง

โรคไข้เลือดออก เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากยุงลาย Aedes Aegypti ตัวเมีย บินไปกัดคนที่ป่วยเป็นไข้เลือดออกโดยเฉพาะ ช่วงที่มีไข้สูง เชื้อไวรัสแดงกี Dengue Virus จะเพิ่มจำนวนในตัวยุงประมาณ 8-10 วัน เชื้อไวรัสแดงกี่จะไปที่ผนังกระเพาะและ ต่อมน้ำลายของยุง เมื่อยุงกัดคนก็จะแพร่เชื้อสู่คน เชื้อจะอยู่ในร่างกายคนประมาณ 2-7 วันในช่วงที่มีไข้ หากยุงกัดคนในช่วงนี้ก็จะรับเชื้อไวรัสมาแพร่ให้กับคนอื่น ยุงลายจะออกหากินในตอนกลางวัน มักหลบซ่อนตัวในที่มืด อาศัยและวางไข่ทั่วไปในชุมชน แหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลายจะอยู่ตามโอ่งน้ำ ภาชนะกักเก็บน้ำในห้องน้ำ จานรองกระถางต้นไม้ ยาง รถยนต์เก่า กระป๋อง กะลา เป็นต้น

การวินิจฉัย

ส่วนใหญ่มักวินิจฉัยจากอาการ อาการที่เป็นรูปแบบเฉพาะคือการมีไข้สูงโดยไม่ปรากฏตำแหน่งที่ทำให้เกิดไข้ชัดเจน มีผื่นขึ้น มีเกล็ดเลือดต่ำ และเม็ดเลือดขาวต่ำ ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษเพื่อแยกจากโรคตับระยะสุดท้ายเนื่องจากมีลักษณะคล้ายกัน

นิยามของโรคไข้เลือดออกโดยองค์การอนามัยโลกนั้นใช้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1975 โดยต้องมีลักษณะครบทั้ง 4 ประการ

  • มีไข้ มีปัญหาทางกระเพาะปัสสาวะ ปวดศีรษะเรื้อรัง มึนงงอย่างมาก และเบื่ออาหาร
  • มีแนวโน้มจะมีเลือดออก (ทูนิเกต์เทสท์ให้ผลบวก มีจ้ำขึ้นเอง มีเลือดออกทางเยื่อบุ เหงือก แผลเจาะ ฯลฯ อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายเป็นเลือด)
  • เกล็ดเลือดต่ำ (น้อยกว่า 100,000 ตัวต่อหนึ่งไมโครลิตร หรือประมาณน้อยกว่า 3 ตัว ต่อหนึ่งมุมมองกล้องกำลังขยายสูง)
  • ปรากฏหลักฐานของการเสียพลาสมาจากหลอดเลือด (ความเข้มข้นเม็ดเลือดแดงสูงกว่าที่ประมาณไว้มากกว่าร้อยละ 20 หรือลดลงเกินกว่าร้อยละ 20 ปรากฏมีของเหลวในเยื่อหุ้มปอด มีของเหลวในช่องท้อง หรือมีโปรตีนต่ำในกระแสเลือด)
  • มีภาวะสมองอักเสบ

อาการของไข้เลือดออกไม่จำเพาะ อาการมีได้หลายอย่าง ในเด็กอาจจะมีเพียงอาการไข้และผื่น ในผู้ใหญ่อาจจะมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดตามตัว ปวดกระบอกตา ปวดกล้ามเนื้อ หากไม่รีบรักษา ผู้ป่วยอาจเกิดภาวะช็อคและอาจเสียชีวิต

ระยะไข้สูง
ผู้ป่วยจะมีไข้สูงกว่า 38.5 องศาเซลเซียส อย่างเฉียบพลัน เป็นเวลา 2-7 วัน บางรายอาจมีอาการชักเกิดขึ้น ผู้ป่วยมักจะมีหน้าแดง ไม่มีน้ำมูกหรือไอ เบื่ออาหาร อาเจียน ตับโต กดเจ็บ มีผื่นตามตัว มีจุดเลือดออกเล็กๆ กระจายตามผิวหนัง ลำตัว แขน ขา รักแร้ เนื่องจากเส้นเลือดเปราะหรือการทำ Tourniquet test จะพบจุดเลือดออก และให้ผลบวก อาจมีเลือดกำเดาหรือเลือดออกตามไรฟัน หรือถ่ายเป็นสีดำ

ระยะวิกฤติ (ระยะช็อคและเลือดออก)
อาการทรุดลงเข้าสู่ภาวะช็อคเมื่อไข้ลดลงกระทันหัน (ประมาณวันที่ 3-6 ของโรค) ผู้ป่วยจะมีมีอาการกระสับกระส่าย มือเท้าเย็น ชีพจรเบาเร็ว ความดันโลหิตต่ำ อาเจียนมาก ปวดท้อง บางรายซึมมากขึ้น ปัสสาวะน้อย อาจมีเลือดออกในกระเพาะอาหาร ถ้าให้การรักษาไม่ทัน ผู้ป่วยอาจเสียชีวิตใน 12-24 ชั่วโมง ถ้าไม่มีอาการแทรกซ้อนและได้รับการรักษาทันและถูกต้องระยะนี้จะกินเวลา 24-48 ชัวโมง แล้วเข้าสู่ระยะฟื้นตัวของร่างกาย จะเริ่มรู้สึกอยากอาหาร ซึ่งจะเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าผู้ป่วยพ้นระยะอันตราย

ระยะฟื้น
อาการทั่วไปดีขึ้น ความดันโลหิตและชีพจรกลับเป็นปกติ ปัสสาวะออกมากขึ้น ตับที่โตจะลดขนาดลงภายใน 1-2 สัปดาห์ เริ่มรับประทานอาหารได้ มักมีผื่นแดงที่ขา ปลายมือปลายเท้าและมีอาการคัน

ลักษณะสำคัญของไข้เลือดออกคือ

  • ไข้สูงเฉียบพลัน ประมาณ 2-7 วัน
  • เบื่ออาหาร หน้าแดง ปวดศีรษะ ร่วมกับอาการคลื่นไส้อาเจียน และอาจมีอาการปวดท้องร่วมด้วย
  • บางรายอาจมีจุดเลือดสีแดงขึ้นตามลำตัว แขน ขา อาจมีกำเดาออก หรือเลือดออกตามไรฟัน และถ่ายอุจาระดำเนื่องจากเลือดออก และอาจทำให้เกิดอาการช็อคได้
  • ในรายที่ช็อคจะสังเกตได้จากการที่ไข้ลดแต่ผู้ป่วยซึมลง ตัวเย็น หมดสติและเสียชีวิตได้

การรักษา

  1. ในปัจจุบันยังไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัสเดงกี่ จึงให้การรักษาแบบประคับประคองตามอาการ
  2. เช็ดตัวลดไข้ เพื่อป้องกันไม่ให้มีอาการชัก
  3. ให้ยาลดไข้จำพวกพาราเซตามอล “ห้ามใช้ยาจำพวกแอสไพริน” เพราะจะทำให้ระคายเคืองกระเพาะอาหารและทำให้เลือดออกง่าย
  4. ให้ผู้ป่วยได้รับสารน้ำชดเชย เพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่มีไข้สูง เบื่ออาหาร อาเจียนและอ่อนเพลีย ควรให้ดื่มน้ำผลไม้ น้ำเกลือแร่ โดยดื่มทีละน้อยๆ แต่ดื่มบ่อยๆ
  5. ควรให้รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย
  6. เมื่อสงสัยว่าคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก โดยมีไข้สูงลอย เกิน 38.5 องศาเซลเซียส นานเกิน 2 วัน หรือหน้าแดง คอแดง ปวดศีรษะ หรือปวดกระบอกตา ให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็ว จะทำให้ลดการเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกได้

เมื่อไรจะให้กลับบ้าน

1. ไม่มีไข้ 24 ชั่วโมงโดยที่ไม่ได้รับยาลดไข้  และผู้ป่วยอยากอาหาร
2. ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นอย่างชัดเจน
3. ความเข้มของเลือดคงที่
4. 3 วันหลังจากรักษาภาวะช็อค
5. เกร็ดเลือดมากกว่า 100000
6. ไม่มีอาการแน่ท้องหรือแน่หน้าอกจากน้ำในท้องหรือช่องเยื่อหุ้มปอด

วิธีป้องกัน

  • พยายามไม่ให้ยุงกัด
  • ปราบและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ซึ่งชอบวางไข่ในน้ำสะอาดที่อยู่นิ่งๆ ตามภาชนะต่างๆ ที่มีน้ำขัง
  • ผู้ป่วยที่เป็นไข้เลือดออกไม่ควรให้ถูกยุงกัดภายใน 5 วันแรกของโรค เพราะผู้ป่วยยังมีไวรัสอยู่ในเลือดทำให้แพร่เชื้อไปให้คนอื่นได้
  • รายงานคนไข้ไปที่โรงพยาบาลหรือสาธารณสุขจังหวัด เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ไปทำการกำจัดยุงบริเวณนั้นและควบคุมโรคก่อนที่จะมีการระบาดเพิ่ม

การพัฒนาวัคซีนและยา

ยังไม่มีวัคซีนสำหรับไวรัสเดงกี่ซึ่งเป็นสาเหตุของไข้เลือดออกจำหน่ายในตลาด เนื่องจากยังอยู่ในขั้นการทดลองและพัฒนาอยู่ การเร่งพัฒนาวัคซีนอย่างจริงจังนั้นเริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ. 2546 สำหรับประเทศไทย ได้มีการทดสอบวัคซีนไวรัสไข้เลือดออกในอาสาสมัครจำนวน 3,000-5,000 คน หลังจากประสบความสำเร็จในการทดสอบในสัตว์และอาสาสมัครกลุ่มเล็ก และขณะนี้วัคซีนที่ถูกเลือกได้เข้าสู่การทดสอบระยะที่ 1 และระยะที่ 2 แล้ว ปัญหาสำคัญของการพัฒนาวัคซีนคือการที่ไวรัสมีจำนวนสายพันธุ์ถึง 4 สายพันธุ์ ทำให้วัคซีนที่พัฒนาออกมาต้องยับยั้งได้ทั้ง 4 สายพันธุ์ อีกทั้งกลไกการติดเชื้อของไข้เลือดออกนั้นยังมีความซับซ้อน

อ้างอิงข้อมูลจาก
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพโรงพยาบาลปิยเวช โรงพยาบาลพญาไท
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

โรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

โรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ Erectile Dysfunction (ED) ในผู้ชาย หมายถึงการที่ไม่สามารถที่จะทำให้อวัยวะเพศแข็งตัว หรือคงสภาพการแข็งตัว ได้เป็นเวลานานพอที่จะมีเพศสัมพันธ์ตามปกติได้ บางคนอาจจะหลั่งเร็ว บางคนอาจจะมีอาการปวดเวลาหลั่ง สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการที่เลือดไปเลี้ยงที่อวัยวะเพศไม่พอ

เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ พบได้บ่อยที่สุดในบรรดาความผิดปกติทางเพศที่พบในเพศชาย ความเครียด ความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาก ความจืดชืดของลีลารักระหว่างมีเพศสัมพันธ์ โรคประจำตัวหรืออาการเจ็บป่วย การรับประทานยาบางอย่างเช่น ยารักษาภาวะซึมเศร้า ยานอนหลับ อาจมีผลทำให้เกิดการเสื่อมสมรรภาพทางเพศได้

การแข็งตัวขององคชาติเกิดขึ้นได้อย่างไร

อวัยวะเพศของผู้ชายประกอบไปด้วยท่อสามท่อเหมือนพองน้ำเรียกว่า corpus carvernosum สองท่อวิ่งขนานกับท่อปัสสาวะ อยู่ด้านบน และ corpus spongiosum 1 ท่อวิ่งอยู่ด้านล่าง เมื่ออ่อนตัวความยาวอยู่ประมาณ 8.8 ซม.เมื่อได้รับการกระตุ้นเลือดจะเข้าท่อฟองน้ำทำให้มันสามารถขยายได้มากถึง 7 เท่าทำให้อวัยวะเพศใหญ่ขึ้นและแข็งตัวขึ้นและมีความยาว 12.9 ซม.ตราบเท่าที่ยังมีการตื่นเต้นทางเพศอวัยวะเพศก็ยังแข็งตัว แต่เมื่อมีการหลั่งเลือดออกจากอวัยวะเพศทำให้มีการอ่อนตัว

และการที่อวัยวะเพศจะแข็งตัวได้ ผู้ชายต้องมีความรู้สึกต้องการทางเพศซึ่งเกิดจากการที่สมองได้รับการกระตุ้นซึ่งอาจจะเกิดจากรูป กลิ่น เสียง สัมผัส และจากความคิด ส่งผ่านความรู้สึกต้องการทางเพศนั้นไปยังประสาทไขสันหลังและไปกระตุ้นอวัยวะเพศทำให้เลือดไหลเข้าอวัยวะเพศ หลอดเลือดที่อวัยวะเพศต้องมีการขยายตัวเลือดจึงจะเข้าในอวัยวะเพศได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นหากมีปัจจัยมากระทบกลไกทั้งสามก็จะทำให้เกิดการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

การที่อวัยวะเพศจะแข็งตัวได้ต้องมีองค์ประกอบที่สำคัญดังนี้

หลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงอวัยวะเพศต้องไม่ตีบ เพราะการที่อวัยวะเพศจะแข็งตัวต้องมีเลือดไปคั่ง หากมีหลอดเลือดแดงแข็งเลือดก็ไม่สามารถไปเลี้ยงได้อย่างเต็มที่ ภาวะที่ทำให้หลอดเลือดแข็งได้แก่ ผู้ที่สูบบุหรี่ โรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เป็นต้น ระบบประสาทส่วนปลายซึ่งเป็นระบบที่จะรับความรู้สึกที่เกิดจากการสัมผัสทางร่างกาย ระบบไขสันหลังซึ่งเป็นระบบที่จะเชื่อมโยงการรับความรู้สึกจากประสาทส่วนปลายไปยังประสาทส่วนกลางและถ่ายทอดคำสั่งมายังองคชาติ ระบบประสาทส่วนกลางซึ่งประกอบด้วยสิ่งเร้าทั้งหลาย เช่น การเห็น การได้ยิน การได้กลิ่น รวมทั้งจิตนาการณ์และประสบการณ์ในอดีต จิตก็เป็นเรื่องสำคัญ ใครที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้

สาเหตุที่พบบ่อยของการเกิดการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

ผู้ชายหลายคนคิดเอาเองว่าการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศนั้นเป็นไปตามอายุที่มากขึ้นโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความจริงไม่ใช่เช่นนั้น การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศนั้นมักเกิดจากสาเหตุทางสุขภาพอื่นๆ จากยา หรือ นิสัยกิจวัตรที่ทำให้รบกวนการไหลของกระแสโลหิต สาเหตุทางสุขภาพบางอย่างข้างต้นเกิดได้บ่อยในผู้ชายที่สูงอายุก็จริง แต่อายุที่มากขึ้นอย่างเดียวนั้นไม่ใช่สาเหตุของการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

ไม่ว่าสาเหตุของการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศของคุณมาจากอะไร สิ่งที่ต้องตระหนักคือว่าไม่ได้มีคุณคนเดียวเท่านั้นที่มีอาการเช่นนี้ ยังมีผู้ชายทั่วโลกอีกมากกว่า 152 ล้านคนที่ประสบกับอาการดังกล่าว และประสบกับความทุกข์ทรมานที่คุณและคู่ครองประสบอยู่จากภาวะการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

ข่าวดีก็คือว่า การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศนั้นมีทางรักษาได้ และวิธีการต่างๆ ที่ใช้รักษานั้นนับวันก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งรวมถึงวิธีการใหม่ ที่หลายคนพบว่ามีประสิทธิภาพสูงและใช้ง่าย ปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลสุขภาพของท่าน เพื่อศึกษาถึงวิธีการรักษาใหม่ๆ เหล่านี้

ปัญหาด้านสุขภาพที่ก่อให้เกิดการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

เบาหวาน
เบาหวานถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อยของการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และคนไข้ชายที่เป็นเบาหวานจำนวนมากมายก็ประสบปัญหาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ (คนไข้เหล่านี้มักจะมีแนวโน้มในการเกิดปัญหานี้ในขณะอายุน้อยกว่าผู้ชายทั่ว ๆ ไปด้วย) นอกจากนี้ ผู้ชายที่มีโรคเบาหวานจะมีโอกาสเกิดการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศมากกว่าผู้ชายทั่วไปถึง 4 เท่า

ความดันโลหิตสูง
การมีภาวะความดันโลหิตสูงเป็นสาเหตุหนึ่งของการที่หลอดเลือดเกิดการแข็งและตีบตันได้ ทำให้โลหิตที่ไหลไปสู่องคชาติลดน้อยลง ทำให้เกิดปัญหาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศตามมา นอกจากนี้ยาหลายชนิดที่ใช้รักษาความดันโลหิตสูง อาจมีส่วนทำให้เกิดการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้ด้วย

โรคหัวใจและการมีไขมันคอเลสเตอรอลในหลอดเลือดสูง
เช่นเดียวกับโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและการมีโคเลสเตอรอลสูงอาจส่งผลต่อการไหลเวียนของโลหิตไปที่องคชาติ ทำให้เกิดปัญหาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ผู้ชายที่มีโรคหัวใจจะมีโอกาสเกิดภาวะการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศมากกว่าผู้ช่วยทั่วไปถึง 2 เท่า

ภาวะซึมเศร้า
โรคซึมเศร้า ร่วมกับภาวะความเครียด กังวล กลัวความล้มเหลว อาจมีส่วนทำให้เกิดการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ในขณะเดียวกันผู้ชายที่มีปัญหาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เพราะสาเหตุทางกายภาพอาจรู้สึกซึมเศร้า เครียด และวิตกกังวล

การผ่าตัดต่อมลูกหมาก
การผ่าตัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมาก อาจเป็นสาเหตุของการเกิดการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ได้โดยไม่ตั้งใจ โดยการทำให้เส้นประสาท และหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงบริเวณใกล้ๆ ต่อมลูกหมากเสียหายส่งผลต่อการแข็งตัวขององคชาติ

ภาวะทางสุขภาพอื่นๆ
สภาวะทางสุขภาพอื่นๆ ที่อาจเป็นสาเหตุหรือมีส่วนทำให้เกิดปัญหา ED คือ
– โรคไต
– พิษสุราเรื้อรัง
– multiple sclerosis

การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศอาจมีความรุนแรงแตกต่างกันได้ในผู้ชายแต่ละคน โดยทั่วไป การแบ่งประเภทของการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศทางการแพทย์มีดังนี้

  • ไม่มีความผิดปกติของการแข็งตัวขององคชาติ ความสามารถของการแข็งตัว และคงการแข็งตัวอยู่ได้ขององคชาติ ไม่มีความผิดปกติจากภาวะการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
  • มีอาการไม่รุนแรง ความสามารถของการแข็งตัว และคงการแข็งตัวอยู่ได้ขององคชาติลดลงเล็กน้อย ผู้ชายที่จัดอยู่ในจำพวกนี้จะบ่นเพียงว่าไม่พอใจในสมรรถภาพทางเพศของตนเองเป็นครั้งคราว
  • อาการปานกลาง ความสามารถของการแข็งตัว และคงการแข็งตัวอยู่ได้ขององคชาติลดลงปานกลาง ผู้ชายที่จัดอยู่ในจำพวกนี้จะบ่นว่า ไม่พอใจในสมรรถภาพทางเพศของตนเองไม่บ่อยเท่าไรนัก ผู้ชายส่วนใหญ่ที่มี ภาวะการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ มักจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มนี้
  • อาการรุนแรง ความสามารถของการแข็งตัว และคงการแข็งตัวอยู่ได้ขององคชาติลดลงอย่างมาก ผู้ชายที่จัดอยู่ในจำพวกนี้ จะบ่นว่าไม่มีความสุขเลย หรือนานมากๆ ที่จะรู้สึกพอใจกับสมรรถภาพทางเพศของตนเอง สักครั้งหนึ่ง

เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

ประการสำคัญที่ต้องพึงตระหนักก็คือว่า แม้แต่ภาวะการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศที่ไม่รุนแรงนั้นอาจทำให้คุณหรือคู่นอนต้องประสบปัญหาทางอารมณ์ของการสูญเสียที่รุนแรงได้เช่นกัน การที่จะเปิดใจให้กว้างและพูดคุยถึงปัญหานี้อย่างตรงไปตรงมา อาจจะทำได้ยากลำบากสำหรับบางคน แต่มันจะช่วยให้คู่ครองทั้ง 2 คนได้ใกล้ชนิดกันมากขึ้น และเป็นการเพิ่มโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการรักษา จึงไม่ใช่เป็นเรื่องแปลกที่คุณและคู่ครองจะพบว่าทำใจลำบากในการที่จะพูดเรื่องการไม่แข็งตัวขององคชาติกับคนอื่นๆ

การวินิจฉัย

ประวัติการเจ็บป่วย โรคที่เป็นอยู่ ยาที่ใช้เป็นประจำ ความถี่ของความต้องการทางเพศ ความถี่ของการแข็งตัว ความถี่ของการหลั่ง ข้อมูลเหล่านี้คุณต้องเตรียมไว้สำหรับตอบคำถามแพทย์ การตรวจร่างกาย ลองจับอวัยวะเพศว่ามีการแข็งตัวหรือไม่หากไม่มีการแข็งตัวอาจจะหมายถึงว่ามีปัญหาเกี่ยวกับเส้นประสาท มีการร่วงของขนอวัยวะเพศหรือไม่หากมีสาเหตุก็อาจจะเกิดจากต่อมไร้ท่อ การวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการณ์ แพทย์จะเจาะเลือดตรวจการทำงานของตับ น้ำตาล ไต ไขมันผลเลือดทั่วไป สำหรับผู้ที่มีความต้องการทางเพศต่ำอาจจะต้องเจาะหาระดับฮอร์โมน testosterone นอกจากนั้นยังต้องสังเกตการแข็งตัวของอวัยวะเพศระหว่างที่หลับหากสามารถแข็งตัวตอนกลางคืนหรือตอนเช้ามืดแสดงสาเหตุน่าจะเกิดจากจิตใจ

การรักษา

การรักษาเบื้องต้นต้องกำจัดหรือลดปัจจัยเสี่ยงให้น้อยที่สุด คือจะต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิต เช่น รับประทานอาหารที่มีกากอาหาร อาหารที่มีไขมันต่ำ ลดเกลือ งดสุรา งดบุหรี่ การรักษาทางด้านจิตใจหากปัญหากามตายด้านเกิดจากทางด้านจิตใจแพทย์จะช่วยลดความกังวล การใช้ยาในการรักษา Drug Therapy มีทั้งยารับประทาน ยาฉีดหรือยาสอด

แพทย์ทางเลือกก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ควรนำมาพิจารณา เช่นการฝังเข็ม (Acupuncture) การนวด ไม่ว่าจะเป็นการนวดตัว (Body Massage) หรือนวดกดจูดสะท้อนเท้า (Reflexology) และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Therapies) ปัจจุบันการรักษาแบบแพทย์แผนจีนได้รับการนิยมเป็นอย่างมาก โดยจะเน้นที่การรักษาและปรับสมดุลพลังงานไต เพราะไตเป็นบ่อเกิดของพลังงานในร่างกายมนุษย์และควบคุมการทำงานของอวัยวะเพศ เมื่อพลังไตพร่องอวัยเพศของผู้ชายก็จะไม่แข็งแรง ไม่สามารถแข็งตัวได้นานตามที่ต้องการ และสำหรับหญิง ถ้าไตอ่อนแอ ก็จะทำให้มีบุตรยาก ต้องเน้นที่การบำรุงไต รักษาที่ต้นตอของสาเหตุ

อ้างอิงข้อมูลจาก
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพ Bayer Healthcare

ยาบุรุษ 2000
บำรุงร่างกาย สำหรับสุภาพบุรุษ

ยาบุรุษ 2000 สูตรผสมโสม
บำรุงร่างกาย สำหรับสุภาพบุรุษ