Articles

สุดยอดอาหารแคลเซียมสูง

คนส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าหากอยากได้รับปริมาณแคลเซียมสูง จะต้องดื่มนมมากๆซึ่งนั่นก็ไม่ได้ผิด แต่ถ้าเรามีตัวเลือกอีก 15 ตัวเลือก ที่มีปริมาณแคลเซียมสูงมากกว่านมเสนอให้กับคุณ การรับประทานอาหารในแต่ละมื้อคงไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

ปริมาณแคลเซียมที่แนะนำต่อวัน คือ 1,000 มิลลิกรัมสำหรับผู้ใหญ่ และต้องการเพิ่มสูงขึ้นเป็น 1,200 มิลลิกรัมตั้งแต่อายุ 50 ปีเป็นต้นไป

1. ชีส ชีสเป็นผลิตภัณฑ์จากโปรตีนในนม ดังนั้นชีสจึงเป็นอาหารที่แคลเซียมสูงมากกว่านมถึง 2 เท่า อาทิเช่น พาร์เมซาน ชีส และยังให้พลังงานสูง แต่น้ำตาลแลคโตสน้อยกว่านม ชีสจึงเป็นอีกทางเลือกในการรับประทานแคลเซียม และยังเป็นของทานเล่นที่มีประโยชน์ สำหรับเด็กๆในช่วงวัยกำลังเจริญเติบโตด้วย ดังนั้นลองสลับจากเมนูเดิมๆเป็นสปาเกตตี้คาโบนาล่า มักกะโรนีครีมซอสกุ้ง  หรือซีซ่าร์สลัดใส่พาร์เมซานชีสโดยขูดใส่ลงไปก็อร่อยและมีประโยชน์มากด้วย แต่ระวังอ้วนด้วยล่ะ รับประทานให้พอเหมาะเพื่อสุขภาพที่ดี

2. โยเกิร์ตรสธรรมชาติไม่หวาน อีกเหตุผลในคนที่แพ้โปรตีนในนมวัว เลือกทานโยเกิร์ตแทน เพราะโยเกิร์ตทำจากนมที่ผ่านการหมักและย่อยโดยจุลินทร์ที่มีประโยชน์ ให้เป็นโมเลกุลเล็กๆ ที่ร่างกายดูดซึมได้ง่ายและอาการแพ้ก็น้อยลงกว่าการรับประทานนมวัวโดยตรง อีกทั้งโยเกิร์ตยังมีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์มากต่อระบบทางเดินอาหารด้วย ไม่เพียงแค่นั้นเมื่อเรารับประทานโยเกิร์ตในปริมาณเท่ากับนม ยังได้รับแคลเซียมมากว่าเพราะจุลินทรีย์ในโยเกิร์ตช่วยดูดซึมแคลเซียมได้ด้วย

3. เมล็ดพืช เมล็ดพืชส่วนใหญ่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์มากมาย เช่น  งาขาว งาดำ เมล็ดเฟล็กซ์ เมล็ดเจีย โดยเฉพาะงาดำถือว่ามีแคลเซียมสูงมาก และมากกว่านมวัวถึง 8 เท่า รู้แบบนี้แล้ว อย่าลังเลที่จะหยิบงาดำคั่วบดมาโรยในอาหารเพื่อเพิ่มแคลเซียมทุกๆวันหรือจะเลือกเป็นน้ำนมผสมงาดำแช่เย็นสักแก้ว ได้ประโยชน์แถมยังอร่อยอีกด้วย

4. ปลาซาร์ดีน ถ้าคุณกำลังอยู่ในช่วงลดความอ้วน ปลาซาดีนจะเป็นอาหารที่เหมาะสมสำหรับคุณ เพราะนอกจากได้โปรตีนสูง มีแต่ไขมันชนิดดีต่อร่างกายแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างคือคุณจะได้แคลเซียมในปริมาณสูงมากด้วย เพราะปลาซาร์ดีนกระป๋องที่แสนจะหาทานได้ง่าย คุณสามารถทานได้ทั้งเนื้อและก้างที่นุ่มๆ ซึ่งมีแคลเซียมที่ใช้ในการบำรุงกระดูกให้คุณได้เยอะมาก

5. อัลมอนด์ หากจะหาขนมทานเล่นระหว่างพักผ่อน ไม่ว่าขณะนั่งรถ ทานเล่นขณะทำงาน หรือทานเพลินๆขณะชมรายการโทรทัศน์  ลองหยิบอัลมอนด์กระป๋องเล็กๆมาวางข้างๆ หยิบขึ้นมาทานเพลินๆ อร่อย กรอบ หวานมัน จนหยุดไม่ได้เลย และยังอิ่มท้องด้วยเพราะมีไฟเบอร์สูง ยิ่งไปกว่านั้นคุณจะได้รับแคลเซียมมากกว่าการดื่มนมอีกด้วย ทั้งบำรุงกระดูกและยังมีสรรพคุณบำรุงสมอง ชะลอการเกิดอัลไซเมอร์ได้ด้วย

6. พืชตระกูลถั่ว นอกจากถั่วที่รับประทานแบบเมล็ด เช่น ถั่วดำ ถั่วขาว ถั่วแดง ที่เราต่างทราบกันดีว่าเมล็ดพวกนี้ล้วนอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ทั้งโปรตีนสูง วิตามินและแร่ธาตุสูง โดยเฉพาะแร่ธาตุแคลเซียม แต่อย่าลืมนึกถึงถั่วจำพวกที่รับประทานแบบฝัก เช่น ถั่วฝักยาว ถั่วพลู  ถั่วลันเตา ถั่วพวกนี้ก็เป็นสุดยอดอาหารเช่นเดียวกัน เป็นแหล่งของโปรตีน และแคลเซียมที่สูงมาก แถมยังมีสารช่วยในการดูดซึมแคลเซียมสูงได้มากด้วย

7. รูบาร์บ สิ่งนี้อาจจะทำให้คุณประหลาดใจ! รูบาร์บเป็นพืชที่เต็มไปด้วยแคลเซียม วิตามินเค ซึ่งทั้งสองตัวนี้จะทำงานร่วมกันเพื่อป้องกันโรคกระดูกพรุน และด้วยรสชาติออกเปรี้ยว ก็ยังสามารถนำไปทำอาหารได้หลายอย่าง และทำเป็นแยมก็อร่อย อย่างไรก็ตามก็มีข้อควรระวังในการรับประทานรูบาร์บ เพราะมันมีสารออกซาเลทสูงมากในใบ ให้เลือกรับประทานแต่ก้านสีม่วงแดงของมันเท่านั้น

8. มะเดื่อ มะเดื่อแห้งนอกจากจะมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง มีเส้นใยจำนวนมาก และยังมีแคลเซียมสูงมากกว่าการรับประทานผลไม้แห้งอย่างอื่น เปลี่ยนขนมทานเล่นเดิมๆ เป็นมะเดื่อแห้ง ทำให้ไม่น่าเบื่อ มีประโยชน์กับสุขภาพ คุณจะได้ทั้งแคลเซียมสูงและไม่อ้วนอีกด้วย

9. เวย์โปรตีน สิ่งที่นิยมกันในเหล่าคนรักสุขภาพ และผู้ออกกำลัง พลาดไม่ได้เลยคือ เวย์โปรตีน เพราะมีกรดอะมิโนและโปรตีน รวมทั้งแคลเซียมที่มีอยู่มากในเวย์โปรตีน นอกจากคุณจะได้กล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้นจะการเลือกรับประทานเวย์โปรตีน คุณยังมีคุณภาพของกระดูกที่ดีและแข็งแรงไปพร้อมๆกันด้วย

10. ถั่วแระญี่ปุ่นและเต้าหู้ เมนูเต้าหู้ผัดถั่วแระ สำหรับคนรักสุขภาพอย่ามองข้ามเด็ดขาด เพราะนอกจากรสชาติจะอร่อยแล้ว ยังมีแคลเซียมสูงมาก โดยในถั่วแระญี่ปุ่น 100 กรัม มีปริมาณแคลเซียม 130 มิลลิกรัม และยังมีโปรตีนสูง ไขมันต่ำ ทานแล้วไม่อ้วนด้วย อีกทั้งเต้าหู้ใช้แทนเนื้อสัตว์ได้มีโปรตีนสูง และแคลเซียมที่อัดเต็มในเต้าหู้ โดยเต้าหู้ 100 กรัม มีปริมาณแคลเซียมถึง 507 มิลลิกรัม ถือว่าเป็นเมนูที่ห้ามพลาด!

11. ผักใบเขียว ผักใบสีเขียวเข้มจัดว่าเป็นสุดยอดอาหาร มาถึงตอนนี้คุณนึกถึงผักชนิดใดบ้าง? ผักคะน้า ใบชะพลู ตำลึง ขี้เหล็ก ถ้าคุณกำลังนึกถึงผักเหล่านี้อยู่ ถูกต้องแล้ว!  เพราะผักที่กล่าวมาทั้งหมด เป็นแหล่งรวมของแคลเซียมปริมาณสูง ดังนั้นเพิ่มผักเหล่านี้ในเมนูของคุณรับรองได้ว่ามันจะอุดมไปด้วยแคลเซียมแน่นอน

12. ซีเรียล ซีเรียลทำจากธัญพืชหลากหลายชนิด นอกจากเส้นใยและวิตามินที่มีประโยชน์ ธัญพืชบางชนิดมีแคลเซียมในปริมาณสูง แม้ก่อนการเติมนมก็ยังได้รับปริมาณแคลเซียมที่ค่อนข้างเยอะอยู่แล้ว การรับประทานร่วมกับนมก็ทำให้คุณได้แคลเซียมเพิ่มขึ้นไปอีก เลือกซีเรียลเป็นอาหารแบบง่ายๆแต่อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์กันเถอะ

13. เมล็ดผักโขมอมารัน โปรตีนในเมล็ดผักโขมอมารันเหมือนกับพวกเมล็ดธัญพืชอื่นๆ แต่ถ้าพูดถึงปริมาณแคลเซียม มันมีมากกว่าพวกนั้นถึง 4 เท่า ซึ่งนั่นก็ทำให้ไม่แปลกใจเลยว่า ปริมาณแคลเซียมในผักโขมก็มีสูงมากเช่นกัน  และความจริงแคลเซียมของใบโขมอมารันมีแคลเซียมมากกว่าใบผักปวยเล้งอีก

14. เครื่องดื่มที่ไม่ใช่นม นอกจากน้ำนมจากสัตว์แล้ว ทางเลือกใหม่สำหรับผู้บริโภคยังมีน้ำนมที่สกัดได้จากพืชอีกหลายชนิดที่ให้แคลเซียมสูง เช่น น้ำนมอัลมอนด์ น้ำนมถั่ว เป็นต้น ซึ่งล้วนมีปริมาณแคลเซียมไม่น้อยกว่าน้ำนมวัวเลย และนอกจากนี้เครื่องดื่มน้ำ อย่างเช่นน้ำส้มคั้นสด ยังมีปริมาณแคลเซียมสูงเช่นกัน ลองเพิ่มน้ำส้มคั้นสดในมื้อเช้าของคุณอีกสักแก้ว (5 ผล) คุณจะได้แคลเซียมประมาณ 300 มิลลิกรัมเลยทีเดียว

15. กากน้ำตาล กากน้ำตาลเป็นตัวเลือกเพื่อสุขภาพของคุณอีกทาง เมื่อเทียบกับน้ำตาลทรายขาวที่ไม่มีสารที่ให้ประโยชน์ด้านโภชนาการเลย กากน้ำตาลยังมีทั้งความหวาน ความหอม และอุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์รวมทั้งมี แคลเซียมที่สูงกว่าด้วย  เปลี่ยนเครื่องดื่มธรรมดาๆของคุณโดยการเติมกากน้ำตาลลงไปสักหนึ่งช้อนโต๊ะ ได้ทั้งวิตามินและแคลเซียมสูงขึ้นด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

foodworldblog

โอเมก้า 3 และ โอเมก้า 6

Anti-aging food สุดยอดอาหารต้านแก่

6 เครื่องดื่มสลายหน้าท้อง

ถั่วเหลือง ลดคอเลสเตอรอล

อาหารแสลง ที่ควรเลี่ยงเมื่อป่วย

9 โรค ที่ต้องระวังช่วงหน้าฝน

กรมควบคุมโรค เตือนประชาชนระมัดระวัง 9 โรคและ 4 ภัยสุขภาพในช่วงฤดูฝน พร้อมสั่งการหน่วยงานในสังกัดเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ของโรค

โรคติดต่อระบบทางเดินหายใจ

โรคไข้หวัดใหญ่ พบได้ทุกกลุ่มอายุ ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว 

– โรคปอดอักเสบ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย พบผู้ป่วยได้ทุกกลุ่มอายุ ติดต่อทางการสัมผัสน้ำมูก น้ำลายหรือไอจามรดกัน 

ทั้ง 2 โรคสามารถป้องกันได้ด้วยการรักษาสุขภาพ พักผ่อนให้เพียงพอ ทำร่างกายให้อบอุ่น หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจล ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น และสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อต้องคลุกคลีกับผู้อื่น

โรคติดต่อทางเดินอาหารและน้ำ

– โรคอุจจาระร่วง เกิดจากการรับประทานอาหารหรือน้ำที่มีการปนเปื้อนเชื้อโรคเข้าไป ผู้ป่วยจะมีอาการถ่ายเหลว หรือถ่ายเป็นน้ำ 3 ครั้งขึ้นไปต่อวัน 

– โรคอาหารเป็นพิษ มักพบผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อน โดยทั่วไปมีอาการเล็กน้อยไม่รุนแรง มักจะหายได้เองภายใน 24-48 ชั่วโมง 

– โรคอหิวาตกโรค ติดต่อโดยการรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ มีอาการถ่ายเหลวเป็นน้ำ คลื่นไส้ อาเจียน บางคนมีภาวะขาดน้ำรุนแรง และอาจเสียชีวิตได้

การป้องกันกลุ่มโรคทางเดินอาหารและน้ำคือ ล้างมือให้สะอาดทั้งก่อนและหลังการประกอบอาหาร รับประทานอาหาร หรือหลังจากการเข้าห้องน้ำทุกครั้ง ดื่มน้ำสะอาด น้ำต้มสุกหรือน้ำบรรจุขวดที่มีฝาปิดสนิท รับประทานอาหารที่สะอาดและปรุงสุกใหม่ หากต้องการรับประทานอาหารค้างมื้อ ควรอุ่นให้ร้อนก่อนรับประทานทุกครั้ง และไม่ควรรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ หรืออาหารที่มีแมลงวันตอม

โรคติดต่อนำโดยยุงลาย

– โรคไข้เลือดออก เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเด็งกี ที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค ผู้ป่วยจะมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูก มีจุดแดงที่ผิวหนัง หากอาการรุนแรงจะเกิดภาวะช็อกได้

– โรคไข้ปวดข้อยุงลาย หรือโรคชิคุนกุนยา เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชิคุนกุนยา มียุงลายสวน และยุงลายบ้านเป็นพาหะนำโรค พบได้ทุกกลุ่มอายุ อาการจะคล้ายกับโรคไข้เลือดออก แต่ต่างกันที่ไม่มีการรั่วของพลาสมาออกนอกเส้นเลือด จึงไม่พบผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมากจนถึงมีอาการช็อก ซึ่งทั้ง 2 โรคสามารถป้องกันได้ด้วยการไม่ให้ถูกยุงกัด และกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง

โรคติดต่อที่สำคัญอื่นๆในช่วงฤดูฝน

– โรคเลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนู เป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน พบได้ทุกเพศทุกวัย แต่จะพบบ่อยในผู้มีอาชีพเกษตรกรรมที่ต้องสัมผัสกับดินหรือน้ำอยู่เป็นประจำ อาการที่พบบ่อย ได้แก่ มีไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง หนาวสั่น ตาแดง และปวดกล้ามเนื้อน่องอย่างรุนแรง การป้องกันคือ หลีกเลี่ยงการทำงานที่ต้องลุยน้ำย่ำโคลนเป็นเวลานาน หากจำเป็นควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสมทุกครั้ง เช่น สวมรองเท้าบูทยาว ถุงมือยาว

– โรคมือ เท้า ปาก เป็นโรคติดต่อที่พบได้บ่อยในเด็กเล็ก จากการสัมผัสโดยตรงกับน้ำมูก น้ำลาย ผื่น ตุ่มน้ำใส หรืออุจจาระของผู้ป่วย อาการผู้ป่วยคือ จะมีแผลหรือตุ่มในช่องปาก กระพุ้งแก้ม มีผื่นแดงหรือตุ่มบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า และอาจพบที่แขน ขา หรือก้น ส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรงและหายเองได้ ผู้ปกครองและครูจึงควรหมั่นสังเกตอาการผิดปกติของบุตรหลาน พร้อมตรวจคัดกรองโรคเด็กทุกคน หากมีอาการสงสัยป่วยให้แยกเด็ก รีบพาไปพบแพทย์และให้หยุดเรียนจนกว่าจะหายดี

ภัยสุขภาพ

– การบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการจมน้ำ ผู้ปกครองควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดและให้ความรู้ในการเอาตัวรอด และวิธีการช่วยเหลือคนจมน้ำอย่างถูกวิธี ขณะที่ชุมชนควรมีป้ายเตือน ทำเครื่องป้องกัน ทำรั้วล้อมรอบแหล่งน้ำ

– การบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการถูกฟ้าผ่า เมื่อมีฝนตกฟ้าคะนอง ให้หลบในที่ปลอดภัย เช่น อาคารขนาดใหญ่ ห้ามใช้โทรศัพท์มือถือกลางแจ้งในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง เนื่องจากจะเหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้าเข้ามาในโทรศัพท์มือถือได้

– อันตรายจากการถูกสัตว์มีพิษกัด ควรจัดบ้านให้สะอาด ไม่ให้เป็นที่หลบซ่อนของสัตว์มีพิษ ระวังเมื่อต้องเข้าไปในที่รก กอหญ้า หรือกองไม้ หากถูกงูพิษกัดต้องรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที และจำลักษณะชนิดของงูที่กัด เพื่อการให้เซรุ่มพิษงูได้ถูกต้องและรวดเร็ว

– อันตรายจากการกินเห็ดพิษ หากไม่มั่นใจว่าเป็นเห็ดพิษหรือเห็ดที่รับประทานได้ ไม่ควรนำมารับประทาน หรืออาจเลือกรับประทานเห็ดที่มาจากการเพาะขยายพันธุ์ เช่น เห็ดนางฟ้า เห็ดฟาง เป็นต้น

นพ.สุวรรณชัย กล่าวอีกว่า กรมควบคุมโรคยังได้จัดทำประกาศแจ้งเตือนให้ระวังโรคและภัยสุขภาพไปยังหน่วยงานในพื้นที่ พร้อมสั่งการหน่วยงานในสังกัดเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ของโรคอย่างใกล้ชิด เพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้ความรู้กับประชาชนเพื่อลดการเจ็บป่วยและเสียชีวิตให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

thaipbs.or.th

โรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัส RSV

มาพิชิตหวัด คัดจมูก ไอ กันเถอะ!

โรคฮิตของคนกรุง…โรคแพ้อากาศ

อาหารแสลง ที่ควรเลี่ยงเมื่อป่วย

9 ข้อห้ามที่ไม่ควรทำตอนท้องว่าง

 
คำว่า “ท้องว่าง หรือ empty stomach” หมายถึงสภาวะที่เราไม่ได้ใส่อาหารอะไรเข้าปากอีกหลังจาก 2 ชั่วโมง (หรือมากกว่า) จากอาหารมื้อก่อนค่ะ

 

  1. ไม่รับประทานยาแก้ปวด จำพวก Paracetamol หรือ  Aspirin ค่ะ เพราะยากลุ่มนี้มีฤทธิ์ทำให้เลือดออกในกระเพาะค่ะ ถ้ารับประทานในพฤติกรรมแบบนี้ไปบ่อยๆ โดยเฉพาะกับคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร จะก่อให้เกิดผลเสียกับร่างกายเยอะเลยค่ะ แต่ถ้าจำเป็นต้องทานจริงๆ ให้รับประทานพร้อมกับนมวัวได้ค่ะ จะช่วยลดการระคายเคือง หรือถ้าหาไม่ได้จริงๆ ก็ให้ดื่มน้ำเปล่าตามไปอีกเยอะๆนะคะ
  2. ไม่รับประทานกาแฟรวมไปถึงกาแฟที่ไม่มีคาเฟอีนด้วยค่ะ เพราะทั้ง 2 ชนิดนี้จะไปกระตุ้นการหลั่งกรดในกระเพาะ ทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยได้ค่ะ แต่ถ้าติดทานกาแฟเป็นอย่างแรกในตอนเช้าและยังเลิกไม่ได้ ให้ทานกาแฟใส่นมวัวหรือครีมนะคะ เพราะไขมันในนมจะช่วยลดผลเสียได้ค่ะ และสิ่งสำคัญคือ ควรเลือกทานกาแฟธรรมชาติสกัดแบบ Freeze drying นะคะ จะช่วยคงคุณภาพของกาแฟไว้ได้มากที่สุดค่ะ
  3. ไม่รับประทานเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ล เพราะจะดูดซึมเข้าร่างกายได้เร็วกว่าตอนท้องไม่ว่าง ผลคือจะเมาเร็วขึ้นเป็น 2 เท่า พยายามหาอะไรรองท้องก่อนเช่น sandwich หรืออาหารที่มีเนยเป็นส่วนประกอบ แต่สำหรับคนที่ชินกับแอลกอฮอล์ล ถึงแม้จะไม่เมาแต่ผลเสียระยะยาวจะไปตกอยู่กับตับ หัวใจและไตค่ะ
  4. ไม่เคี้ยวหมากฝรั่งตอนท้องว่างจะทำให้ร่างกายเข้าใจว่ากำลังทานอาหารอยู่ ร่างกายจะหลั่งน้ำย่อยออกมาเพื่อย่อยอาหาร แต่ถ้าไม่มีอาหารให้ย่อยและเกิดสภาวะแบบนี้บ่อยๆ จะมีแนวโน้มเป็นกระเพาะอาหารอักเสบ (gastritis) ได้นะคะ
  5. ไม่เข้านอนตอนหิว จะทำให้นอนหลับไม่ลึก และร่างกายจะโหย ผลคือในวันต่อไปร่างกายจะต้องการอาหารมากขึ้นกว่าเดิม เป็นอย่างนี้บ่อยๆระวังน้ำหนักจะขึ้นโดยไม่รู้ตัวนะคะ
  6. ออกกำลังกายอย่างหนักตอนท้องว่างไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้มากขึ้นกว่าเดิม ตรงกันข้ามกลับทำให้ร่างกายผลิตน้ำย่อยออกมามากขึ้น ข้อแนะนำคือควรมีอะไรรองท้องก่อนเช่น นม หรือ อาหารเบาๆ
  7. ช้อปปิ้งตอนท้องว่างหรือตอนหิวจะทำให้เราซื้ออาหารมากเกินความจำเป็น หรือซื้อข้าวของเช่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า มากกว่าเดิม เพราะฮอร์โมนในสมองด้านการตัดสินใจไม่สมดุลค่ะ
  8. หลีกเลี่ยงน้ำผลไม้ตระกูลส้ม (Citrus fruits) เพราะมีกรดสูง ถ้าต้องดื่มจริงๆสามารถทำให้เจือจางได้โดยผสมน้ำเปล่าในอัตราส่วน 1:1 ในร่างกายที่มีสภาวะเป็นกรดสูง แต่ถ้าธรรมดาสามารถผสมที่ 2:1 ได้ นอกจากนี้ควรงดทานกล้วย มะเขือเทศและผักที่มีสีเขียวนะคะ
  9. การเข้าประชุมเมื่อท้องหิวจะทำให้สมองตื้อ สมาธิและความสามารถในการควบคุมอารมณ์ลดลง ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจหรือนำเสนอไอเดียใหม่ๆ

 

เป็นอย่างไรบ้างคะ หวังว่าสิ่งที่นำมาแบ่งปันจะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆนะคะ ถ้าเรามีพฤติกรรมที่ตกอยู่ในข้อ 1-9 ก็ให้ลด ละ และ เลิกนะคะ รับรองว่าคุณภาพชีวิตของทุกๆท่านจะดีขึ้นแน่นอนค่ะ

 

และอย่าลืมบำรุงร่างกายด้วย

ยาสตรี 2000

ยาบุรุษ 2000

ยาบุรุษ 2000 ผสมโสม

 

โรคผิวหนังเรื้อรัง รักษาได้ด้วย

ยาประดงพระสังข์ทรงช้าง

โรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัส RSV

ในช่วงปลายฝนต้นหนาว หนึ่งในโรคที่เป็นปัญหาสำคัญในวัยทารกและเด็กเล็กที่คุณพ่อคุณแม่คงเคยได้ยินกันบ่อยๆ ก็คือ “โรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัส RSV ซึ่งเป็นโรคที่มีอาการคล้ายไข้หวัด แต่อาจก่อให้เกิดอาการรุนแรงถึงขั้นปอดอักเสบได้

RSV หรือชื่อเต็มๆ ว่า Respiratory Syncytial Virus เป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจโดยเฉพาะในเด็กเล็ก เชื้อไวรัสนี้สามารถทำให้เกิดภาวะปอดอักเสบได้เนื่องจากมักเกิดพยาธิสภาพในส่วนของหลอดลมเล็ก (bronchiole) และถุงลม (alveoli) ทำให้มีการสร้างสิ่งคัดหลั่ง เช่น เสมหะ ออกมาในปริมาณมาก และมีการหดตัวของหลอดลมเนื่องจากการบวมของเยื่อบุหลอดลมและทางเดินหายใจต่างๆ ส่งผลให้เด็กมีอาการหอบ เหนื่อย และหายใจลำบากได้อย่างรวดเร็ว เชื้อนี้ติดต่อกันได้โดยการสัมผัสใกล้ชิดกับสิ่งคัดหลั่งต่างๆ ของผู้ป่วย เช่น น้ำมูก น้ำลาย เสมหะ

อาการของโรคติดเชื้อไวรัส RSV บางอย่างอาจคล้ายกับอาการไข้หวัดธรรมดา เช่น ไข้ (ส่วนใหญ่ไข้ไม่สูงนัก) ไอ จาม แต่ก็มีอาการที่คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตและสงสัยว่าลูกอาจได้รับเชื้อไวรัส RSV เช่น

  • หอบเหนื่อย
  • หายใจเร็ว หายใจแรง
  • หายใจครืดคราด
  • ตัวเขียว
  • มีเสียงหวีดในปอด (จากการที่เยื่อบุทางเดินหายใจบวมอักเสบและหลอดลมหดตัว)
  • มีเสมหะมาก
  • ไอโขลกๆ

ในเด็กเล็กที่อ่อนแอมาก เช่น เด็กทารกที่คลอดก่อนกำหนด เด็กที่มีโรคหัวใจ โรคปอด และหอบหืดอยู่แล้ว อาจมีอาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว โดยอาจมีอาการหยุดหายใจเป็นช่วงๆ หรือหายใจล้มเหลว จนต้องนำเข้าหอพยาบาลผู้ป่วยวิกฤติ (ICU) และอาจต้องใช้เครื่องช่วยหายใจด้วย

ในปัจจุบันยังไม่มียารักษาโรคนี้โดยเฉพาะ โดยทั่วไปการรักษาจะเป็นไปตามอาการที่ป่วย เช่น ให้ยาแก้ไอละลายเสมหะ ยาขยายหลอดลม ยาลดไข้ หรือพ่นยา ซึ่งก็ช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นได้ ในผู้ป่วยที่มีอาการเหนื่อย หายใจไม่ค่อยดี และเริ่มมีออกซิเจนในเลือดต่ำลง การรักษาจะเป็นในรูปแบบประคับประคอง เช่น ให้สารน้ำทางหลอดเลือด ให้ยาพ่นขยายหลอดลม เคาะปอด ดูดเสมหะ รวมถึงให้ออกซิเจน ส่วนในรายที่มีอาการหนักมาก อาจต้องใส่ท่อช่วยหายใจและใช้เครื่องช่วยหายใจ โดยให้การดูแลในหอพยาบาลผู้ป่วยวิกฤติจนกว่าอาการจะดีขึ้น

ทั้งนี้ ผู้ป่วยที่มีอาการหนักอาจมีการติดเชื้อแทรกซ้อนด้วยไวรัสชนิดอื่นๆ เช่น เชื้อไข้หวัดใหญ่ เชื้อมัยโคพลาสมา หรือเชื้อแบคทีเรียอื่นๆ ร่วมด้วย ซึ่งแพทย์จะพิจารณาให้การรักษาที่ครอบคลุมการติดเชื้อเหล่านี้ตามความเหมาะสม

สำหรับการป้องกันโรคนี้ นอกเหนือจากการหมั่นล้างมือบ่อยๆ แล้ว คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกป่วยควรแยกเด็กออกจากเด็กปกติเพื่อป้องกันการไอจามแพร่เชื้อให้กับผู้คนที่อยู่รอบข้าง ถ้าลูกเริ่มเข้าเนิร์สเซอรีหรือโรงเรียน คุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกหยุดเรียนอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์จนกว่าจะหายเป็นปกติ อย่างไรก็ดี ในเด็กบางรายถึงแม้จะหายแล้วก็ยังอาจมีอาการไอต่อเนื่องไปเป็นเดือนได้

ขอบคุณข้อมูลจาก

นพ.ประสงค์ พฤกษานานนท์

ศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

โรคฮิตของเด็กในหน้าฝน
ขวดพลาสติก BPA..เสื่ยงสมองเสื่อม
โรคมือ เท้า ปาก คือโรคอะไร

10 อาหารที่ควรทานหลังออกกำลังกาย

 

หลายคนที่ลดน้ำหนักอาจเข้าใจผิดไปว่า หลังออกกำลังกายแล้วนั้นไม่ควรรับประทานอาหารใดๆ ทั้งสิ้นเพราะจะทำให้ยิ่งอ้วน แต่หารู้ไม่ว่าช่วงหลังออกกำลังกายนี่แหละเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายต้องการอาหารอย่างเช่น น้ำ โปรตีน และคาร์โบไฮเดรตอย่างยิ่ง ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อนำไปใช้ซ่อมแซม ลดการสึกหรอและเสริมสร้างกล้ามเนื้อนั่นเอง

เรามาดูอาหารที่ควรรับประทานหลังออกกำลังกายกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง แต่ก่อนที่จะรับประทานอะไรเข้าไปก็ต้องขึ้นอยู่กับปริมาณแคลอรีที่คุณได้รับเข้าไปต่อวันด้วยนะ เอาเป็นว่าไม่มากไปไม่น้อยไปดีที่สุด ที่สำคัญควรรับประทานอาหารหลังออกกำลังกายเสร็จแล้ว 30 นาทีขึ้นไปเพื่อจะได้ไม่เป็นภาระของร่างกายกันนะจ๊ะ

 

ไข่

โปรตีนและคาร์โบไฮเดรตเป็นอาหารที่ดีโดยเฉพาะกับผู้ที่ชอบออกกำลังกาย ซึ่งไข่ใบเล็กๆ ที่เราเห็นอยู่นั้นอุดมไปด้วยโปรตีนถึง 6.3 กรัม อีกทั้ง 1 ฟองยังมีเพียง 70 แคลอรีเท่านั้นเอง เรียกได้ว่าไข่เป็นหนึ่งในอาหารจากธรรมชาติที่ดีอย่างยิ่ง จึงไม่แปลกใจเลยที่เรามักเห็นผู้ที่ควบคุมน้ำหนักหรือแม้แต่นักเพาะกายชอบกินไข่กันนักหนา มีแต่ประโยชน์ล้วนๆ แบบนี้จะพลาดได้ยังไงกัน

 

น้ำส้มคั้นสด

นอกจากคุณจะได้รับวิตามินซีในน้ำส้มคั้นแล้ว คุณยังจะได้รับโพแทสเซียมอีกด้วย ซึ่งสามารถช่วยให้ร่างกายสดชื่นขึ้นได้ น้ำส้มคั้นสดจึงเป็นสิ่งที่ควรดื่มหลังออกกำลังกายเช่นกัน

 

กล้วย

กล้วยจัดเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงอย่างยิ่งเพราะอุดมไปด้วย โปรตีน, คาร์โบไฮเดรต, ฟอสฟอรัส, ธาตุเหล็ก, วิตามินเอ อีกทั้งยังมีแมกนีเซียม ที่สำคัญนั้นคาร์โบไฮเดรตในกล้วยสามารถดูดซึมได้อย่างรวดเร็วเมื่อรับประทานเข้าไปหลังออกกำลังกายจึงสามารถช่วยสร้างกล้ามเนื้อและฟื้นฟูร่างกายได้ดีมาก

 

ปลาแซลมอน

การรับประทานปลาแซลมอนนั้นร่างกายไม่เพียงแต่จะได้รับโปรตีนเท่านั้น แต่ทว่ายังได้รับสารโอเมก้า 3 อีกด้วย ซึ่งสารโอเมก้า 3 ที่พบในปลาแซลมอนนั้นยังสามารถช่วยสร้างกล้ามเนื้อและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของกล้ามเนื้อให้มากขึ้นอีกด้วย

 

บลูเบอร์รี่

บลูเบอร์รีจัดเป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ค่อนข้างสูงมากทีเดียว ซึ่งมีงานวิจัยออกมาว่าบลูเบอร์รีสามารถช่วยเพิ่มอัตราการฟื้นตัวหลังจากออกกำลังหนักๆ ได้

 

ถั่วและผลไม้อบแห้ง

หากคุณเกิดอยากกินขนมขบเคี้ยวหลังออกกำลังกายขึ้นมาล่ะก็ นึกถึงถั่วและผลไม้อบแห้งไว้เป็นอันดับแรกเลย เพราะเนื่องจากว่าทั้งสองสิ่งที่เรากล่าวถึงอยู่นี้มีโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นหลังออกกำลังกายคุณควรจะกินสิ่งเหล่านี้สักหนึ่งหรือสองกำมือ ซึ่งถั่วที่มีประโยชน์ต่อการสร้างกล้ามเนื้อมากที่สุดนั่นก็คือถั่วเหลือง เพราะครึ่งถ้วยมีโปรตีนถึง 34 กรัมเชียวล่ะ

 

สัปปะรด

สับปะรดถือได้ว่าเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง อีกทั้งในสับปะรดยังมีสารบรอมีเลน (bromelain) ซึ่งสารนี้นอกจากจะช่วยย่อยโปรตีนได้แล้วยังสามารถช่วยต้านการอักเสบรักษาอาการฟกช้ำและเคล็ดขัดยอกได้ดีทีเดียว ที่สำคัญวิตามินซีในสับปะรดยังเป็นองค์ประกอบสำคัญในการช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อได้อีกด้วย

 

มันเทศ

มันเทศถือว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีเลิศเชียวล่ะ ในมันเทศประกอบไปด้วยวิตามินต่างๆ มากมาย อาทิ วิตามิน B6, วิตามิน C, วิตามิน D, แมกนีเซียม, โพแทสเซียม และคาร์โบไฮเดรต เหมาะอย่างยิ่งที่จะนำมารับประทานหลังออกกำลังกาย

 

กีวี

กีวีเป็นผลไม้อีกหนึ่งชนิดที่อุดมไปด้วยวิตามินซีและโพแทสเซียม มีส่วนช่วยต้านอนุมูลอิสระ สามารถซ่อมแซมกล้ามเนื้อภายหลังการออกกำลังกายได้ดีไม่แพ้อาหารชนิดอื่นๆ เลยล่ะ

 

น้ำเปล่า

ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นอาจเกิดขึ้นได้หลังจากที่เราออกกำลังกาย ดังนั้นเพื่อเรียกความสดชื่นกลับคืนมา หลังออกกำลังกายให้สังเกตดูว่าน้ำหนักตัวนั้นหายไปเท่าไหร่ หากหายไปเท่าไหร่ก็ให้ดื่มน้ำกลับไปเท่านั้น ซึ่งปริมาณน้ำที่แนะนำให้ดื่มหลังออกกำลังกายนั่นก็คือ 2-3 แก้วนั่นเอง

 

ขอบคุณข้อมูลจาก Manager Online

 

โอเมก้า 3 และ โอเมก้า 6

สาเหตุการเกิดโรคท้องผูก

Detox….มาล้างพิษกันเถอะ

6 เครื่องดื่มสลายหน้าท้อง