Tag Archives: ยาเยนเยน

มาพิชิตหวัด คัดจมูก ไอ กันเถอะ!

 

ไอ

 

ใครที่กำลังเป็นหวัด คัดจมูก ไอไม่หายสักที วันนี้แอดมินมีข้อมูลเด็ดพิชิตโรคหวัดมาฝากค่ะ

 

1. กินยาแก้แพ้ เช่น คลอร์เฟนิรามีน 0.5 -1 เม็ด วันละ 1-2 ครั้ง
2. ต้มหอมแดง (อาจใส่ขิง หัวหอม) แล้วเทเอาน้ำเดือดๆใส่ถ้วยหรือแก้ว (สามารถเติมยาหม่อง หรือน้ำมันระเหยเพียงเล็กน้อยด้วยก็ได้ ถ้าชอบ) แล้วหายใจให้ไอน้ำอุ่นๆผ่านรูจมูก โดยใช้มือ 2 ข้าง ปิดปากถ้วย โดยเหลือช่องระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วหัวแม่มือให้จมูกหายใจเอาไอน้ำได้ จมูกจะโล่งเลยค่ะ
3. คนที่มีอาการไอร่วมด้วยให้งดอาหารรสจัด และหลีกเลี่ยงของทอด มัน เผ็ด เย็น น้ำเย็น น้ำแข็ง ไอติม ของแช่เย็นทุกอย่าง 
4. ควรงด ผลไม้ฤทธิ์เย็น เช่น แตงโม แคนตาลูป สาลี่ มะละกอ แก้วมังกร มะพร้าว น้ำมะพร้าว ฟัก มะระ ใบบัวบก
5. คนที่เจ็บคอ ถ้าเป็นช่วงแรกๆ ให้ทานยาเยนเยน ถ้าเอาไม่อยู่และเริ่มมีเสมหะเป็นสีเหลือง หรือสีเขียว แสดงว่าติดเชื้อแล้ว ให้ทานยาแก้อักเสบไปเลย
6. ออกกำลังกายให้เหงื่อออกพอประมาณ (ในกรณีที่ไม่มีไข้นะคะ)
7. อย่านอนดึก และพักผ่อนเยอะๆ
8. ดื่มน้ำเยอะๆ โดยจิบไปเรื่อยๆตลอดทั้งวัน อย่าปล่อยให้คอแห้ง ถ้าเป็นไปได้ทานน้ำอุ่นก็จะดี

 

ถ้าไม่ดีขึ้นใน 1 สัปดาห์ ควรไปหาหมอเพื่อวินิจฉัย ให้รู้ว่าเป็นอะไร และจะปฏิบัติรักษาตัวอย่างไรต่อไป จะได้ไม่เป็นเรื้อรัง

 

ขอบคุณข้อมูลจาก
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพห้างขายยาตราเสือมังกร

Link ใกล้เคียงที่น่าสนใจ:

โรคฮิตของเด็กในหน้าฝน
โรคฮิตของคนกรุง…โรคแพ้อากาศ
ควรเตรียม “ยาอะไร” ในการเดินทาง
ถอนพิษเรื้อรังต้อง…รางจืด

เป็น สิว ทำยังไงดี

สิว

สิว (Acne / Pimple / Zits) คือตุ่มเม็ดเล็กๆ ที่มีหนองเป็นไตสีขาว ๆ อยู่ข้างใน ขึ้นตามหน้า หลัง ไหล่ หน้าอก แขน สิวเกิดจากการที่ฮอร์โมน Androgen ซึ่งพบได้ทั้งหญิงและชาย กระตุ้นให้ต่อมไขมันโตขึ้นและผลิตไขมันมากขึ้น ทำให้เกิดการอุดตันของต่อมไขมัน ไขมันที่อุดตันนี้เรียกว่า คอมมิโดน (Comedone) ต่อมไขมันที่มีไขมันคั่งค้างเมื่อมีขนาดใหญ่มากจะดันผิวหนังด้านบนให้มองเห็นเป็นเม็ดเล็กๆเรียกสิวหัวขาว หากมีรูเปิดสู่ผิวหนังจะเรียกสิวหัวดำ และหากมีติดเชื้อแบคทีเรีย Propionibacterium acnes ซึ่งตัวเชื้อจะสลายไขมันไตรกลีเซอไรด์เป็นกรดไขมันอิสระ ซึ่งเป็นตัวการให้เกิดสิวอักเสบซึ่งมีอาการอักเสบ เป็นตุ่มนูนแดง หรือเป็นหนอง

สาเหตุของสิว มีหลายสาเหตุ เป็นที่ถกเถียงกันว่า สิวเกิดจากอะไร สาเหตุหลัก ๆ แบ่งได้ 2 ปัจจัยดังนี้:

1. ปัจจัยภายใน คือ ปัจจัยที่เกิดจากร่างกายเราเอง เช่น ฮอร์โมน, กรรมพันธุ์, โรคเรื้อรัง และ ผิวพรรณ ซึ่งเป็นสิ่งที่ติดตัวเราตั้งแต่กำเนิด
2. ปัจจัยภายนอก คือ ปัจจัยที่เกิดขึ้นจากนอกร่างกายของเรา เช่น ความเครียด, ยา, เครื่องสำอาง, สภาพแวดล้อม, สังคม, แสงแดดและอุณหภูมิ ความสะอาด และ อาหาร ซึ่งเราสามารถป้องกันได้

วิธีป้องกันและรักษา

วิธีป้องกันง่ายๆ คือ การกำจัดปัจจัยที่ก่อให้เกิดสิว ไม่ให้มันกำเริบ โดยมีข้อแนะนำต่างๆ ดังนี้

1. นอนหลับให้เพียงพอ – การนอนหลับไม่เพียงพอ อาจเป็นสาเหตุให้เกิดสิวเช่นกัน เนื่องจากร่างกายเราอ่อนแอและเพลีย
2. อารมณ์ขัน – อารมณ์ขัน ทำให้เรามีความสุข ปราศจากความเครียด ซึ่งความเครียดเป็นสาเหตุของสิว
3. อาหารจำพวกผัก – การที่เรากินอาหารจำพวกผัก จะทำให้เราสามารถล้างพิษออกจากร่างกายได้ และยังมีวิตามินต่างๆ ซึ่งยังช่วยทำให้เราร่างกายแข็งแรงอีกด้วย
4. กินอาการที่มีไขมันสูงแต่พอดี – หากเราเกิดอาหารไขมันสูงมากๆ เข้า จะทำให้มีไขมันอยู่ในร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุอีกประการของการเกิดสิว
5. ล้างหน้าให้สะอาด – การล้างหน้าให้สะอาดทำให้ใบหน้าของเราไม่สกปรก เป็นอีกหนึ่งวิธีป้องกัน แต่ควรระวัง ไม่ควรล้างหน้าบ่อย เพราะจะทำให้หน้าของเราเสียสมดุล การล้างหน้า ควรล้างเพียง 2 ครั้ง เช้าเย็น ยกเว้น ช่วงที่เสร็จจากกีฬา, ออกกำลังกาย หรือ ช่วงที่คิดว่าหน้าเราสกปรกมากจริง ๆ สามารถล้างหน้าได้ตามต้องการ
6. ใช้กระดาษซับหน้ามัน – หากหน้าเรามันมากๆ ลองเปลี่ยนมาใช้กระดาษซับหน้ามันแทน เป็นวิธีช่วยอีกทางหนึ่ง ควรซับแต่พอดี ไม่ควรซับทั้งวันจะดูไม่ดีและเสียนิสัย
7. หลีกเลี่ยงการจับหัวสิว ยุ่งกับผิวให้น้อยที่สุด – เพราะฝ่ามือของเรามีทั้งความสกปรก และ แบคทีเรีย ซึ่งเป็นตัวก่อให้เกิดสิว
8. ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Olive Oil, Lanolin, Sodium Laury Sulphate หรือการไปรบกวนบริเวณผิวบ่อย ๆ เช่น การขัดหน้าด้วยสครับ หรือการนวดหน้าด้วยครีมที่ส่วนผสมของน้ำมัน
9. ไม่ควรบีบสิวเองเพราะจะทำให้เกิดรอยดำและรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ได้ถ้าเป็นมาก ๆ ควรได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
10. การรับประทานแร่ธาตุสังกะสีจะช่วยลดการอุดตันของรูขุมขนและสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดสิว และยังช่วยให้วิตามินเอในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น แต่ถ้าเป็นสิวมาก ๆ แร่ธาตุเหล่านี้ก็ไม่สามารถช่วยลดการอักเสบของสิวได้
11. ระบบขับถ่ายไม่ดี และประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ จะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้
12. การรับประทานยาคุมกำเนิดไม่ได้ช่วยในการรักษาสิวโดยตรง ยาคุมกำเนิดเหมาะสำหรับคนที่มีภาวะฮอร์โมนเพศชายในร่างกายสูงกว่าปกติ เช่นเป็นสิวง่าย หน้ามัน ขนดก
13. ใช้หลังฝ่ามือลูบแทน – หลังฝ่ามือเป็นบริเวณที่เราไม่ยุ่งเกี่ยวมากที่สุด จึงเป็นบริเวณที่ค่อนข้างสะอาด ดังนั้นแล้วการใช้หลังฝ่ามือลูบคลำเล็ก ๆ น้อยๆ ถือว่าไม่ทำให้สกปรกมากนัก แต่เราควรล้างมือให้สะอาดอย่างสม่ำเสมอ
14. การทาครีมละลายหัวสิวก่อนล้างหน้าจะช่วยให้สิวหลุดออกได้ง่ายจึงทำให้ไม่เป็นสิวอักเสบตามมาภายหลัง
15. ใช้ยาที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ – วิตามินเอมีสรรพคุณรักษาสิวอยู่ด้วย ซึ่งมียาทาใบหน้าที่มีส่วนผสมของวิตามิน A สุดอยู่ สามารถสอบถามตามร้านขายยาทั่วไป
16. ปรึกษาแพทย์ – หากใช้วิธีต่างๆ ไม่ได้ผล แนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์เป็นการดีที่สุด เนื่องจากสิวอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ ฮอร์โมน หรือ ภาวะภายในร่างกายไม่สมดุล เช่นร้อนเกินไป เลยทำให้เกิดสิว ซึ่งการปรึกษาแพทย์จึงเป็นทางเลือกสุดท้ายที่ควรทำ ซึ่งปัจจุบัน ยังมีคลินิกรักษาเปิดอยู่ทั่วไป
17. หลีกเลียงการทานของมัน ของทอด และอาหารที่มีรสจัด เช่น หวานจัด เผ็ดจัด เพราะจะทำให้ร่างกายมีภาวะเป็นหยาง (คือ ร้อน) ซึ่งจะทำให้เกิดสิว จึงควรหาอาหารหรือยาสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็นเพือมาสะเทินหยาง

อ้างอิงข้อมูลจาก
สารานุกรมเสรี วิกิพีเดีย
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ
กระทรวงสาธาราณสุข

ยาเยนเยน
แก้ร้อนใน บรรเทาอาการเจ็บคอ

ยาประดงพระสังข์ทรงช้าง
แก้โรคผิวหนังที่เป็นเม็ดผื่นคัน แก้น้ำเหลืองเสีย