Category Archives: ข่าวสารสุขภาพ

โรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัส RSV

 

 

ในช่วงปลายฝนต้นหนาว หนึ่งในโรคที่เป็นปัญหาสำคัญในวัยทารกและเด็กเล็กที่คุณพ่อคุณแม่คงเคยได้ยินกันบ่อยๆ ก็คือ “โรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัส RSV ซึ่งเป็นโรคที่มีอาการคล้ายไข้หวัด แต่อาจก่อให้เกิดอาการรุนแรงถึงขั้นปอดอักเสบได้

RSV หรือชื่อเต็มๆ ว่า Respiratory Syncytial Virus เป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจโดยเฉพาะในเด็กเล็ก เชื้อไวรัสนี้สามารถทำให้เกิดภาวะปอดอักเสบได้เนื่องจากมักเกิดพยาธิสภาพในส่วนของหลอดลมเล็ก (bronchiole) และถุงลม (alveoli) ทำให้มีการสร้างสิ่งคัดหลั่ง เช่น เสมหะ ออกมาในปริมาณมาก และมีการหดตัวของหลอดลมเนื่องจากการบวมของเยื่อบุหลอดลมและทางเดินหายใจต่างๆ ส่งผลให้เด็กมีอาการหอบ เหนื่อย และหายใจลำบากได้อย่างรวดเร็ว เชื้อนี้ติดต่อกันได้โดยการสัมผัสใกล้ชิดกับสิ่งคัดหลั่งต่างๆ ของผู้ป่วย เช่น น้ำมูก น้ำลาย เสมหะ

อาการของโรคติดเชื้อไวรัส RSV บางอย่างอาจคล้ายกับอาการไข้หวัดธรรมดา เช่น ไข้ (ส่วนใหญ่ไข้ไม่สูงนัก) ไอ จาม แต่ก็มีอาการที่คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตและสงสัยว่าลูกอาจได้รับเชื้อไวรัส RSV เช่น

  • หอบเหนื่อย
  • หายใจเร็ว หายใจแรง
  • หายใจครืดคราด
  • ตัวเขียว
  • มีเสียงหวีดในปอด (จากการที่เยื่อบุทางเดินหายใจบวมอักเสบและหลอดลมหดตัว)
  • มีเสมหะมาก
  • ไอโขลกๆ

ในเด็กเล็กที่อ่อนแอมาก เช่น เด็กทารกที่คลอดก่อนกำหนด เด็กที่มีโรคหัวใจ โรคปอด และหอบหืดอยู่แล้ว อาจมีอาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว โดยอาจมีอาการหยุดหายใจเป็นช่วงๆ หรือหายใจล้มเหลว จนต้องนำเข้าหอพยาบาลผู้ป่วยวิกฤติ (ICU) และอาจต้องใช้เครื่องช่วยหายใจด้วย

ในปัจจุบันยังไม่มียารักษาโรคนี้โดยเฉพาะ โดยทั่วไปการรักษาจะเป็นไปตามอาการที่ป่วย เช่น ให้ยาแก้ไอละลายเสมหะ ยาขยายหลอดลม ยาลดไข้ หรือพ่นยา ซึ่งก็ช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นได้ ในผู้ป่วยที่มีอาการเหนื่อย หายใจไม่ค่อยดี และเริ่มมีออกซิเจนในเลือดต่ำลง การรักษาจะเป็นในรูปแบบประคับประคอง เช่น ให้สารน้ำทางหลอดเลือด ให้ยาพ่นขยายหลอดลม เคาะปอด ดูดเสมหะ รวมถึงให้ออกซิเจน ส่วนในรายที่มีอาการหนักมาก อาจต้องใส่ท่อช่วยหายใจและใช้เครื่องช่วยหายใจ โดยให้การดูแลในหอพยาบาลผู้ป่วยวิกฤติจนกว่าอาการจะดีขึ้น

ทั้งนี้ ผู้ป่วยที่มีอาการหนักอาจมีการติดเชื้อแทรกซ้อนด้วยไวรัสชนิดอื่นๆ เช่น เชื้อไข้หวัดใหญ่ เชื้อมัยโคพลาสมา หรือเชื้อแบคทีเรียอื่นๆ ร่วมด้วย ซึ่งแพทย์จะพิจารณาให้การรักษาที่ครอบคลุมการติดเชื้อเหล่านี้ตามความเหมาะสม

สำหรับการป้องกันโรคนี้ นอกเหนือจากการหมั่นล้างมือบ่อยๆ แล้ว คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกป่วยควรแยกเด็กออกจากเด็กปกติเพื่อป้องกันการไอจามแพร่เชื้อให้กับผู้คนที่อยู่รอบข้าง ถ้าลูกเริ่มเข้าเนิร์สเซอรีหรือโรงเรียน คุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกหยุดเรียนอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์จนกว่าจะหายเป็นปกติ อย่างไรก็ดี ในเด็กบางรายถึงแม้จะหายแล้วก็ยังอาจมีอาการไอต่อเนื่องไปเป็นเดือนได้

ขอบคุณข้อมูลจาก

นพ.ประสงค์ พฤกษานานนท์

ศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

โรคฮิตของเด็กในหน้าฝน
ขวดพลาสติก BPA..เสื่ยงสมองเสื่อม
โรคมือ เท้า ปาก คือโรคอะไร

10 อาหารที่ควรทานหลังออกกำลังกาย

 

หลายคนที่ลดน้ำหนักอาจเข้าใจผิดไปว่า หลังออกกำลังกายแล้วนั้นไม่ควรรับประทานอาหารใดๆ ทั้งสิ้นเพราะจะทำให้ยิ่งอ้วน แต่หารู้ไม่ว่าช่วงหลังออกกำลังกายนี่แหละเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายต้องการอาหารอย่างเช่น น้ำ โปรตีน และคาร์โบไฮเดรตอย่างยิ่ง ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อนำไปใช้ซ่อมแซม ลดการสึกหรอและเสริมสร้างกล้ามเนื้อนั่นเอง

เรามาดูอาหารที่ควรรับประทานหลังออกกำลังกายกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง แต่ก่อนที่จะรับประทานอะไรเข้าไปก็ต้องขึ้นอยู่กับปริมาณแคลอรีที่คุณได้รับเข้าไปต่อวันด้วยนะ เอาเป็นว่าไม่มากไปไม่น้อยไปดีที่สุด ที่สำคัญควรรับประทานอาหารหลังออกกำลังกายเสร็จแล้ว 30 นาทีขึ้นไปเพื่อจะได้ไม่เป็นภาระของร่างกายกันนะจ๊ะ

 

ไข่

โปรตีนและคาร์โบไฮเดรตเป็นอาหารที่ดีโดยเฉพาะกับผู้ที่ชอบออกกำลังกาย ซึ่งไข่ใบเล็กๆ ที่เราเห็นอยู่นั้นอุดมไปด้วยโปรตีนถึง 6.3 กรัม อีกทั้ง 1 ฟองยังมีเพียง 70 แคลอรีเท่านั้นเอง เรียกได้ว่าไข่เป็นหนึ่งในอาหารจากธรรมชาติที่ดีอย่างยิ่ง จึงไม่แปลกใจเลยที่เรามักเห็นผู้ที่ควบคุมน้ำหนักหรือแม้แต่นักเพาะกายชอบกินไข่กันนักหนา มีแต่ประโยชน์ล้วนๆ แบบนี้จะพลาดได้ยังไงกัน

 

น้ำส้มคั้นสด

นอกจากคุณจะได้รับวิตามินซีในน้ำส้มคั้นแล้ว คุณยังจะได้รับโพแทสเซียมอีกด้วย ซึ่งสามารถช่วยให้ร่างกายสดชื่นขึ้นได้ น้ำส้มคั้นสดจึงเป็นสิ่งที่ควรดื่มหลังออกกำลังกายเช่นกัน

 

กล้วย

กล้วยจัดเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงอย่างยิ่งเพราะอุดมไปด้วย โปรตีน, คาร์โบไฮเดรต, ฟอสฟอรัส, ธาตุเหล็ก, วิตามินเอ อีกทั้งยังมีแมกนีเซียม ที่สำคัญนั้นคาร์โบไฮเดรตในกล้วยสามารถดูดซึมได้อย่างรวดเร็วเมื่อรับประทานเข้าไปหลังออกกำลังกายจึงสามารถช่วยสร้างกล้ามเนื้อและฟื้นฟูร่างกายได้ดีมาก

 

ปลาแซลมอน

การรับประทานปลาแซลมอนนั้นร่างกายไม่เพียงแต่จะได้รับโปรตีนเท่านั้น แต่ทว่ายังได้รับสารโอเมก้า 3 อีกด้วย ซึ่งสารโอเมก้า 3 ที่พบในปลาแซลมอนนั้นยังสามารถช่วยสร้างกล้ามเนื้อและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของกล้ามเนื้อให้มากขึ้นอีกด้วย

 

บลูเบอร์รี่

บลูเบอร์รีจัดเป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ค่อนข้างสูงมากทีเดียว ซึ่งมีงานวิจัยออกมาว่าบลูเบอร์รีสามารถช่วยเพิ่มอัตราการฟื้นตัวหลังจากออกกำลังหนักๆ ได้

 

ถั่วและผลไม้อบแห้ง

หากคุณเกิดอยากกินขนมขบเคี้ยวหลังออกกำลังกายขึ้นมาล่ะก็ นึกถึงถั่วและผลไม้อบแห้งไว้เป็นอันดับแรกเลย เพราะเนื่องจากว่าทั้งสองสิ่งที่เรากล่าวถึงอยู่นี้มีโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นหลังออกกำลังกายคุณควรจะกินสิ่งเหล่านี้สักหนึ่งหรือสองกำมือ ซึ่งถั่วที่มีประโยชน์ต่อการสร้างกล้ามเนื้อมากที่สุดนั่นก็คือถั่วเหลือง เพราะครึ่งถ้วยมีโปรตีนถึง 34 กรัมเชียวล่ะ

 

สัปปะรด

สับปะรดถือได้ว่าเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง อีกทั้งในสับปะรดยังมีสารบรอมีเลน (bromelain) ซึ่งสารนี้นอกจากจะช่วยย่อยโปรตีนได้แล้วยังสามารถช่วยต้านการอักเสบรักษาอาการฟกช้ำและเคล็ดขัดยอกได้ดีทีเดียว ที่สำคัญวิตามินซีในสับปะรดยังเป็นองค์ประกอบสำคัญในการช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อได้อีกด้วย

 

มันเทศ

มันเทศถือว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีเลิศเชียวล่ะ ในมันเทศประกอบไปด้วยวิตามินต่างๆ มากมาย อาทิ วิตามิน B6, วิตามิน C, วิตามิน D, แมกนีเซียม, โพแทสเซียม และคาร์โบไฮเดรต เหมาะอย่างยิ่งที่จะนำมารับประทานหลังออกกำลังกาย

 

กีวี

กีวีเป็นผลไม้อีกหนึ่งชนิดที่อุดมไปด้วยวิตามินซีและโพแทสเซียม มีส่วนช่วยต้านอนุมูลอิสระ สามารถซ่อมแซมกล้ามเนื้อภายหลังการออกกำลังกายได้ดีไม่แพ้อาหารชนิดอื่นๆ เลยล่ะ

 

น้ำเปล่า

ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นอาจเกิดขึ้นได้หลังจากที่เราออกกำลังกาย ดังนั้นเพื่อเรียกความสดชื่นกลับคืนมา หลังออกกำลังกายให้สังเกตดูว่าน้ำหนักตัวนั้นหายไปเท่าไหร่ หากหายไปเท่าไหร่ก็ให้ดื่มน้ำกลับไปเท่านั้น ซึ่งปริมาณน้ำที่แนะนำให้ดื่มหลังออกกำลังกายนั่นก็คือ 2-3 แก้วนั่นเอง

 

ขอบคุณข้อมูลจาก Manager Online

 

โอเมก้า 3 และ โอเมก้า 6

สาเหตุการเกิดโรคท้องผูก

Detox….มาล้างพิษกันเถอะ

6 เครื่องดื่มสลายหน้าท้อง

 

 

มาพิชิตหวัด คัดจมูก ไอ กันเถอะ!

 

ไอ

 

ใครที่กำลังเป็นหวัด คัดจมูก ไอไม่หายสักที วันนี้แอดมินมีข้อมูลเด็ดพิชิตโรคหวัดมาฝากค่ะ

 

1. กินยาแก้แพ้ เช่น คลอร์เฟนิรามีน 0.5 -1 เม็ด วันละ 1-2 ครั้ง
2. ต้มหอมแดง (อาจใส่ขิง หัวหอม) แล้วเทเอาน้ำเดือดๆใส่ถ้วยหรือแก้ว (สามารถเติมยาหม่อง หรือน้ำมันระเหยเพียงเล็กน้อยด้วยก็ได้ ถ้าชอบ) แล้วหายใจให้ไอน้ำอุ่นๆผ่านรูจมูก โดยใช้มือ 2 ข้าง ปิดปากถ้วย โดยเหลือช่องระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วหัวแม่มือให้จมูกหายใจเอาไอน้ำได้ จมูกจะโล่งเลยค่ะ
3. คนที่มีอาการไอร่วมด้วยให้งดอาหารรสจัด และหลีกเลี่ยงของทอด มัน เผ็ด เย็น น้ำเย็น น้ำแข็ง ไอติม ของแช่เย็นทุกอย่าง 
4. ควรงด ผลไม้ฤทธิ์เย็น เช่น แตงโม แคนตาลูป สาลี่ มะละกอ แก้วมังกร มะพร้าว น้ำมะพร้าว ฟัก มะระ ใบบัวบก
5. คนที่เจ็บคอ ถ้าเป็นช่วงแรกๆ ให้ทานยาเยนเยน ถ้าเอาไม่อยู่และเริ่มมีเสมหะเป็นสีเหลือง หรือสีเขียว แสดงว่าติดเชื้อแล้ว ให้ทานยาแก้อักเสบไปเลย
6. ออกกำลังกายให้เหงื่อออกพอประมาณ (ในกรณีที่ไม่มีไข้นะคะ)
7. อย่านอนดึก และพักผ่อนเยอะๆ
8. ดื่มน้ำเยอะๆ โดยจิบไปเรื่อยๆตลอดทั้งวัน อย่าปล่อยให้คอแห้ง ถ้าเป็นไปได้ทานน้ำอุ่นก็จะดี

 

ถ้าไม่ดีขึ้นใน 1 สัปดาห์ ควรไปหาหมอเพื่อวินิจฉัย ให้รู้ว่าเป็นอะไร และจะปฏิบัติรักษาตัวอย่างไรต่อไป จะได้ไม่เป็นเรื้อรัง

 

ขอบคุณข้อมูลจาก
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพห้างขายยาตราเสือมังกร

Link ใกล้เคียงที่น่าสนใจ:

โรคฮิตของเด็กในหน้าฝน
โรคฮิตของคนกรุง…โรคแพ้อากาศ
ควรเตรียม “ยาอะไร” ในการเดินทาง
ถอนพิษเรื้อรังต้อง…รางจืด

โรคฮิตของเด็กในหน้าฝน

 

เด็กป่วย

 

 

ในช่วงหน้าฝนนี้ ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ที่ถูกฝนแล้วไม่ได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที ก็อาจจะทำให้เกิดภาวะเจ็บป่วยไม่สบายได้ ในครั้งนี้จะพูดถึงเฉพาะอาการเจ็บไข้ได้ป่วยที่พบได้บ่อยในเด็กในช่วงหน้าฝน ซึ่งพบว่า โรคฮิตของเด็กในช่วงหน้าฝน ได้แก่

 

โรคไข้หวัดใหญ่ โรคไข้หวัดใหญ่พบได้เกือบทั้งปี เนื่องจากประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนชื้น แต่จะเป็นมากในช่วงหน้าฝน ซึ่งบางปีอาจจะพบการระบาด ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของอาการไข้ที่เกิดขึ้นเฉียบพลัน อาการหลักๆ คือ เด็กจะมีไข้ ปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัวและกล้ามเนื้อ ไอ หรือเจ็บคอ ซึ่งเด็กอายุน้อยกว่า 5 ขวบ ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องจะมีโอกาสเสี่ยงและมีอาการรุนแรงมากกว่ากลุ่มอื่น
การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ควรฉีดประมาณ 1-2 เดือนก่อนฤดูกาลระบาดของโลกในทุกๆ ปี และสามารถฉีดได้ในเด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป การป้องกันที่ดีที่สุด คือ คนป่วยพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เชื้อแพร่กระจายไปสู่คนอื่น รวมถึงใส่หน้ากาก ล้างมือ และรับประทานอาหารให้ถูกสุขอนามัย จะเป็นการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ที่จะเกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี

 

โรคมือเท้าปาก โรคมือเท้าปากเกิดจากเชื้อไวรัส พบได้ประปรายตลอดทั้งปี แต่จะพบมากในช่วงหน้าฝน สำหรับกลุ่มอาการของโรค เด็กจะมีไข้ ผื่น ตุ่มน้ำใสตามฝ่ามือ ฝ่าเท้า แผลในปาก กระพุ้งแก้ม ลิ้น เหงือก บางรายอาจมีผื่นที่ขาและก้นร่วมด้วย พบมากในเด็กอายุ 6 เดือนถึง 3 ปี (อนุบาลถึงประถม) อาการมักหายได้เองภายใน 3-10 วัน ติดต่อทางการไอ จาม น้ำลาย หรืออุจจาระ มีระยะฟักตัว 3-6 วัน พบเชื้อทางน้ำลาย 2-3 วันก่อนมีอาการ จนถึง 1-2 สัปดาห์หลังมีอาการ (ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคนี้ https://www.tigerdragon.in.th/?p=1545)

ในขณะที่มีอาการ เด็กบางคนจะรับประทานอาหารและน้ำไม่ค่อยได้ เพราะมีอาการเจ็บปากมาก ซึ่งแม้แต่น้ำลายก็ไม่ยอมกลืน ทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ ดังนั้นอย่าให้เด็กมีไข้สูงเกินไป เพราะอาจจะชักได้ บางรายอาจจะมีภาวะแทรกซ้อนตามมา โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เช่น สมองอักเสบ เยื้อหุ้มสมองอักเสบ คุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกตอาการ เมื่อพบความผิดปกติต้องรีบพามาพบแพทย์ทันที
สำหรับการป้องกัน ผู้ปกครองควรดูแลลูกในเรื่องอาหาร น้ำดื่ม และถ้าไม่จำเป็นไม่ควรให้ลูกเข้าไปอยู่ในสถานที่แออัด และควรมีกระติกน้ำหรือแก้วน้ำส่วนตัวให้ลูกไปใช้ที่โรงเรียน รวมถึงปลูกฝังและฝึกให้ลูกใช้ช้อนกลางขณะรับประทานอาหารทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นที่โรงเรียนหรือที่บ้านก็ตาม


โรคไข้เลือดออก เป็นโรคที่มี “ยุงลาย” เป็นพาหะนำโรค มีโอกาสเป็นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะอยู่ในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด ถ้าได้รับเชื้อแล้วจะมีไข้สูงเกิน 3 วันขึ้นไป ตาและหน้าจะเริ่มแดง มีความรู้สึกอ่อนเพลีย และปวดท้อง โรคนี้ระบาดได้ทั้งปี โดยเฉพาะในหน้าฝน เพราะโอกาสที่น้ำจะขังมีได้มาก เพราะฉะนั้นอาการที่ให้สงสัยว่าลูกของคุณอาจจะเป็นไข้เลือดออก คือ มีไข้สูงมาก กินยาลดไข้เท่าไหร่ก็ไม่ได้ผล ปวดหัว ปวดกระบอกตา หรือปวดเมื่อยตามตัว มีอาการตาแดง หน้าแดง และปากแดง เป็นต้น นอกจากนี้ยังส่งผลให้เกิดภาวะตับอักเสบ ทำให้คนไข้มีอาการปวดท้อง โดยเฉพาะตรงบริเวณชายโครงด้านขวา ซึ่งเป็นตำแหน่งของตับ นั่นเป็นเพราะตับโตขึ้น ขณะเดียวกันจะมีการอาเจียนร่วมด้วย และมีภาวะขาดน้ำ ซึ่งอาการเหล่านี้ถ้ามาพบแพทย์ได้ทัน จะคาดการณ์ได้ว่าลูกของคุณมีกลุ่มอาการตรงกับไข้เลือดออก ซึ่งแพทย์จะทำการตรวจสอบต่อไป
การป้องกันที่ดีที่สุด คือ พยายามอย่าให้ยุงกัดและอย่าให้ยุงเกิด ด้วยการจำกัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย และอย่ารอให้เกิดอาการที่รุนแรงแล้วจึงมาพบแพทย์ เช่น มีไข้สูง ช็อค หรือมีปัญหาเลือดออกง่าย ต้องรีบพาลูกมาพบแพทย์ทันที (ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคนี้ https://www.tigerdragon.in.th/?p=775)

 

โรคอีสุกอีใส หลายครอบครัวคงคุ้นเคยกับโรคนี้กันดี เพราะเป็นโรคที่เกิดขึ้นบ่อยและเป็นกันบ่อย แต่มักจะเป็นในบางช่วง เมื่อเป็นแล้วมักจะติดกันเป็นทอดๆ โดยเฉพาะการติดต่อจากเพื่อนที่โรงเรียน กลุ่มอาการของโรค ได้แก่ ผู้ป่วยจะมีไข้ เป็นผื่นแดง และมีตุ่มน้ำใสเกิดขึ้นตามตัว โดยเริ่มจากบริเวณท้องแล้วลามไปตามต้นแขน ขา และใบหน้า หลังจากนั้นจะเกิดเป็นสะเก็ดและแผลเป็นขึ้นได้ มักหายได้เองภายใน 2-3 สัปดาห์        คุณพ่อคุณแม่จึงควรพยายามดูแลรักษาร่างกายของคุณลูกให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพราะโรคนี้เกิดขึ้นไม่ตรงตามวัย บางรายอาจมีอาการตอนเด็ก บางรายอาจมีอาการตอนโต ซึ่งหากเป็นในตอนโตจะมีอาการและการขึ้นตุ่มที่รุนแรงกว่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาวะของร่างกายด้วย ในการป้องกันนั้นทำได้โดยพยายามอย่าให้ลูกเข้าใกล้กับผู้ป่วย หรือล้างมือบ่อยๆ เป็นต้น
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใสซึ่งมีประสิทธิภาพค่อนข้างดี เริ่มฉีดในเด็กอายุตั้งแต่ 1 ขวบเป็นต้นไป และจะกระตุ้นอีกครั้งในตอนอายุ 4 ขวบ ซึ่งถือได้ว่าเป็นวัคซีนเสริม ยังไม่ได้กำหนดเป็นมาตรฐานสำหรับเด็กทุกคนที่จะต้องฉีด
โรคท้องเสียหรืออุจจาระร่วง โรคท้องเสียเกิดขึ้นเพราะลำไส้อักเสบจากการติดเชื้อโรต้าไวรัส ซึ่งมาจากของเล่น อาหาร หรือของใช้ใกล้ตัวเด็กที่ไม่สะอาด โดยเฉพาะเด็กเล็กที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ และไม่เข้าใจเรื่องของสุขอนามัย จึงมักนำของเล่นหรือของใช้ที่มีเชื้อนี้เข้าปากโดยไม่รู้ตัว จากนั้นจะถูกขับออกทางอุจจาระของผู้ป่วย เกิดการแพร่ระบาดได้ง่าย ซึ่งมีการศึกษาวิจัยพบว่าในเด็กแรกเกิดถึง 5 ขวบ แทบทุกคนจะเคยติดเชื้อนี้มาแล้ว อาการส่วนใหญ่จะพบว่ามีอาการท้องเสีย อาเจียน บางรายอาจจะมีไข้สูง กินอาหารได้น้อยลง งอแง ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำ ดังนั้นเด็กทารกควรให้กินนมแม่จะช่วยได้ในระดับหนึ่ง และดูแลสุขลักษณะการกิน การเล่นให้เหมาะสม ควรจะต้องสะอาดและปลอดภัย ขณะเดียวกันไม่ควรพาเด็กเข้าเนอสเซอรี่เร็วเกินไป เพราะเด็กที่อยู่ด้วยกันเยอะๆ การแพร่กระจายของเชื้อจะมีได้ง่าย
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย ซึ่งได้รับอนุมัติให้ใช้ทั้งหมด 2 ชนิด คือ วัคซีนที่มีส่วนประกอบของเชื้อโรต้าไวรัส 1 สายพันธุ์ และ 5 สายพันธุ์ ซึ่งเป็นวัคซีนชนิดรับประทาน (หยอด) ที่มีข้อมูลความปลอดภัยและสามารถเริ่มให้กับทารกอายุตั้งแต่ 6-12 สัปดาห์ การที่ต้องเริ่มให้ในช่วงอายุดังกล่าวนั้น เป็นเพราะในช่วงสัปดาห์แรกๆ เด็กทารกจะยังได้รับภูมิคุ้มกันที่สร้างจากรกและการกินนมแม่ การสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรต้าไวรัสจึงควรเริ่มต้นในเด็กทารกช่วงอายุประมาณ 2 เดือน ซึ่งเด็กอาจจะเริ่มมีโอกาสสัมผัสกับเชื้อโรคที่อยู่รอบๆ ตัวแล้ว
จากข้อมูลที่ได้รวบรวมมาข้างต้น จะพบว่าการดูแลรักษาสุขภาพของลูกน้อยไม่ให้เจ็บไข้ได้ป่วยที่ดีที่สุด คือ การป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกินหรือสุขลักษณะของข้าวของเครื่องใช้ที่อยู่รอบๆ ตัว เพราะการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของเด็กยังทำงานได้ไม่เต็มที่ จึงมีโอกาสที่จะป่วยได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่

 

ทั้งนี้สุขภาพที่ดีของคุณลูก ก็ต้องมาจากสุขภาพที่ดีของคุณพ่อคุณแม่ด้วยเช่นกัน  สุดท้ายนี้ ขอให้คุณผู้อ่านทุกท่านและลูกน้อยทุกๆ คนมีสุขภาพดีตลอดหน้าฝนนะคะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก Fascino

 

อาหารแสลง ที่ควรเลี่ยงเมื่อป่วย

อาหารแสลงโรคเบาหวาน

ขวดพลาสติก BPA..เสื่ยงสมองเสื่อม

การกินดื่มที่ถูกต้องก่อนออกกำลังกาย

 

 

ควรเตรียม “ยาอะไร” ในการเดินทาง

ยา

 

 

องค์การเภสัชกรรม แนะเตรียม “ยาจำเป็น” ในการเดินทาง โดยเฉพาะยาสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องกินประจำ และยาพื้นฐานสำหรับใช้กรณีฉุกเฉิน

นายแพทย์วิทิต อรรถเวชกุล ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม(อภ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ใกล้จะถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์แล้วและในเทศกาลดังกล่าวจะมีวันหยุดยาว ดังนั้นการเตรียมยาในระหว่างเดินทางไม่ว่าจะเดินทางในประเทศ หรือต่างประเทศสำคัญที่สุดอันดับต้น คือ การเตรียมยาในส่วนของผู้สูงอายุที่ส่วนใหญ่จะมีโรคเรื้อรังหรือโรคประจำตัว ซึ่งยาของผู้สูงอายุจะมียาที่ต้องกินเป็นประจำ ต้องเตรียมยาในปริมาณเท่ากับวันที่เดินทางหรือสำรองเพิ่ม 3-5 วัน และควรจะติดชื่อยาไปด้วยเพราะหากยาตกหล่นสูญหาย จะได้สามารถซื้อยาตัวเดิมหรือเข้าโรงพยาบาล แจ้งแพทย์ได้ว่าเดิมใช้ยาอะไร

ส่วนยารายการอื่นๆจะเป็นยาพื้นฐานสำหรับใช้ในกรณีฉุกเฉิน อาทิ พาราเซตามอลลดไข้ ทั้งชนิดเม็ดและน้ำเชื่อม ยาแก้แพ้ซึ่งสามารถลดน้ำมูก และใช้แก้คันได้ด้วย ยาลดกรดชนิดน้ำซึ่งออกฤทธิ์ได้ดีกว่าชนิดเม็ด   ผงเกลือแร่ ผงถ่านกรณีท้องเสีย ยาแก้เมารถ ยาแก้ปวดเมื่อย และอุปกรณ์ทำแผล

สำหรับการกินยาในขณะที่ขับรถนั้นต้องศึกษาก่อนว่า ยาที่กินมียาตัวใดที่กินแล้วทำให้ง่วงนอน  ส่วนใหญ่จะเป็นประเภทยาลดน้ำมูก ยาแก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือยาในกลุ่มแก้ปวดไมเกรน  ยาคลายกังวลบางชนิด ยาพวกนี้จะทำให้ง่วงนอน ความสามารถในการรับรู้เสียไป ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ กรณีไม่สามารถเลี่ยงได้ ควรปรับเวลาเพื่อพักผ่อนหลังทานยาสัก 1 – 2 ชั่วโมง แล้วจึงขับต่อไป

ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวต่อไปว่า ในช่วงดังกล่าวอาจจะมีโรคที่เกิดขึ้นบ่อย ได้แก่ ไข้หวัด เนื่องจากอุณหภูมิในร่างกายเปลี่ยนแปลงฉับพลันจากอากาศร้อน จากร่างกายที่เปียกน้ำ พักผ่อนน้อย รวมถึงอยู่ในที่ชุมชนก็มีโอกาสติดเชื้อทางเดินหายใจได้ง่ายที่สุด และอีกโรคคือ ท้องเสีย ต้องเตรียมยาและสำรองเพิ่มสำหรับหลายคน ส่วนผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ห้ามลืมยาบำรุงที่คุณหมอให้กินโดยเฉพาะคุณแม่ที่มีปัญหารกเกาะต่ำซึ่งอาจจะมีปัญหาได้โดยเฉพาะการเดินทางที่กระทบกระเทือนต้องระวังมาก หากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยง และถ้าหากมีอาการฉับพลันขึ้นมาให้เลือกใช้เฉพาะยาพาราเซตามอลเท่านั้น เพื่อลดไข้แก้ปวดหรือใช้คลอเฟนนิรามีนได้เพื่อลดน้ำมูก สำคัญที่สุดควรมีเบอร์โทรศัพท์ของแพทย์หรือพยาบาลที่ฝากครรภ์ไปด้วย ถ้ามีปัญหาจะได้โทรปรึกษาหรือหากมีเหตุสุดวิสัยจริงๆ ให้เข้าพบแพทย์ที่สถานพยาบาลในพื้นที่นั้นๆ ทันที

นอกจากนี้ ยังมีโรคระหว่างการเดินทางกลับคือ โรคกระเพาะอาหาร เพราะว่าคนที่เป็นโรคกระเพาะอาหารอาการจะกำเริบขึ้นมาได้ เนื่องจากการทานอาหารไม่ตรงเวลา และพักผ่อนน้อย อีกโรคที่จะพบมากสำหรับผู้หญิงก็คือ โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ เนื่องจากระหว่างการเดินทางในช่วงสงกรานต์รถติด ห้องน้ำเข้าไม่ได้ ไม่สะดวก อั้นไว้ สุดท้ายแล้วก็เกิดการติดเชื้อและการอักเสบขึ้น  ซึ่งเป็นโรคที่พบมาก   สุดท้ายก็คือการไปเที่ยวป่าหรือน้ำตก   ต้องระวังในเรื่องของไข้เลือดออก หรือมาลาเรีย ถ้ามีไข้ควรรีบพบแพทย์ทันที  เพื่อวินิจฉัยและบำบัดรักษา ไม่ควรสรุปเองว่าอาจเป็นไข้กินยาพารา หรือกลับมาบ้านรอดูอาการซึ่งอาจจะไม่ทันการณ์ส่งผลถึงแก่ชีวิตได้

 

ขอบคุณช้อมูลจาก

สสส

 

 

ยาบุรุษ 2000 สูตรผสมโสม
บำรุงร่างกาย สำหรับสุภาพบุรุษ

ยาสตรี 2000
บำรุงโลหิต บำรุงร่างกาย สำหรับสุภาพสตรี

ยาประดงพระสังข์ทรงช้าง
แก้โรคผิวหนังที่เป็นเม็ดผื่นคัน แก้น้ำเหลืองเสีย